Page 896 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 896

ี
                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ ค�ำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขำดอำยุควำมแล้ว ท่ดินพิพำท
                ั
                              ี
              ท้งสองแปลงเป็นท่ดินไม่มีเอกสำรสิทธิ ภำยหลังนำย ช. ถึงแก่ควำมตำย จ�ำเลยได้ครอบครอง
              ที่ดินพิพำททั้งสองแปลงโดยควำมสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนำเป็นเจ้ำของเป็นเวลำนำนกว่ำ
              ๕ ปี จ�ำเลยจึงได้ไปซ่งสิทธิครอบครอง นอกจำกน้โจทก์ยังตกลงให้จ�ำเลยโอนสิทธิครอบครอง
                                                          ี
                                 ึ
              ที่ดินพิพำททั้งสองแปลงให้แก่นำย น. บุตรของนำย ช. ปัจจุบันนำย น. ครอบครองที่ดินพิพำท

              ท้งสองแปลงโดยควำมสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนำเป็นเจ้ำของเป็นเวลำนำนกว่ำ ๑ ปี
                ั
              โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลยแบ่งทรัพย์สินดังกล่ำวแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

                       ระหว่ำงพิจำรณำ จ�ำเลยย่นค�ำร้องขอให้ศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์
                                             ื
              เสนอปัญหำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
                                                                      ี
              ของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ ศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์เห็นว่ำ กรณ    ี

              มีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่ง
                             ี
              ส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและ

              ครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑

                                     ี
                                                                                           ึ
                                                                                               ึ
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลยแบ่งท่ดินและบ้ำนพิพำทแก่โจทก์ก่งหน่ง
                                                                  ี
              โดยอ้ำงว่ำ ที่ดินและบ้ำนพิพำทเป็นสินสมรสระหว่ำงนำย ช. กับจ�ำเลย ต่อมำนำย ช. กับจ�ำเลย
                                   ี
              จดทะเบียนหย่ำกันโดยท่ยังมิได้ตกลงแบ่งท่ดินและบ้ำนพิพำท หลังจำกน้นนำย ช. ถึงแก่ควำมตำย
                                                   ี
                                                                           ั
                                          ั
                                             ิ
                                          ้
                                                                                         ั
                                                                                            �
              โจทก์ในฐำนะทำยำทโดยธรรมชนบดำชอบด้วยกฎหมำยของนำย ช. จงฟ้องขอให้บงคบจำเลย
                                                                            ึ
                                                                                       ั
                                                  ึ
                                                        ี
                                              ึ
                    ี
              แบ่งท่ดินและบ้ำนพิพำทแก่โจทก์ก่งหน่ง ดังน้ สภำพแห่งข้อหำของโจทก์และค�ำขอบังคับ
                                                                                               ึ
                                                             ่
                                                                                               ่
                                                                      ิ
                                                                                 ู
                                                                                       ี
                              ่
                              ี
                             ี
              ดงกล่ำวเป็นกรณททำยำทโดยธรรมของค่สมรสฝ่ำยหนงฟ้องแบ่งสนสมรสจำกค่สมรสอกฝ่ำยหนง
               ั
                                                             ึ
                                                 ู
                                      ึ
              อันเน่องมำจำกกำรหย่ำ ซ่งเป็นกรณีท่จะต้องบังคับตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์
                                                 ี
                   ื
              บรรพ ๕ มำตรำ ๑๕๓๒ และ ๑๕๓๓ กับบรรพ ๖ มำตรำ ๑๕๙๙, ๑๖๐๐ และ ๑๖๒๙ คดีนี้
              จึงเป็นคดีครอบครัว ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชน
              และครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๓)
                       วินิจฉัยว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัว
                                                     868
   891   892   893   894   895   896   897   898   899   900   901