Page 89 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 89

สรุปผลและขอเสนอแนะ
                    ปญหาที่พบ
                    1. ปญหาดานความรู ความเขาใจ เกี่ยวกับการใชอุปกรณอิเล็กทรอนิกสและอินเทอรเน็ต

                        - สงผลใหประชาชนไมสามารถใชอุปกรณอิเล็กทรอนิกสและอินเทอรเน็ตไดอยางถูกตอง ไมสามารถเขาถึง
            เทคโนโลยีสารสนเทศได

                    2. ปญหาอุปกรณอิเล็กทรอนิกสและคาบริการอินเทอรเน็ตมีราคาสูง
                        - สงผลใหประชาชนไมมีอุปกรณอิเล็กทรอนิกสและอินเทอรเน็ตใช ไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได
                    3. ปญหาสุขภาพ

                       - กลุมที่มีปญหาสุขภาพ สวนใหญคือกลุมที่มีอายุ 50 ปขึ้นไป ซึ่งมักจะมีปญหาทางดานสายตา ทำใหความ
            สามารถในการใชอุปกรณอิเล็กทรอนิกสและอินเทอรเน็ตลดลง


                    ขอเสนอแนะและแนวทางในการแกไขปญหา
                    เพื่อใหการเขาถึงเทคโนโลยีสารสนเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น เห็นควรปรับปรุงและพัฒนาปจจัยดานบุคลากร

            ของศาลและระบบโครงสรางพื้นฐานทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศกอน จึงจะสงผลใหประชาชนสามารถเขาถึงเทคโนโลยี
            สารสนเทศไดมากขึ้น ดังนี้
                    1. การพัฒนาความรูและทักษะของบุคลากรศาล

                    เพื่อใหบุคลากรศาลยุติธรรมมีทักษะดานดิจิทัลที่เหมาะสมกับลักษณะงานและมีความรูความชำนาญในการใช
            เทคโนโลยีดิจิทัล รองรับการปรับเปลี่ยนสูการเปนศาลยุติธรรมดิจิทัลไดอยางสมบูรณ และเพื่อใหสอดคลองกับแผนพัฒนา

            ทักษะดานดิจิทัลของบุคลากรศาลยุติธรรม พ.ศ. 2563 – 2564 จึงเห็นควร
                    - ใหมีการจัดอบรมใหความรูแกบุคลากรศาลใหมีทักษะดานเทคโนโลยีสารสนเทศใหมีความพรอมในการนำไป
            ใชไดจริง โดยมีการปรับหลักสูตรการศึกษาอบรมของขาราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรมใหมีชั่วโมงการพัฒนาทักษะ

            ดานเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสงผลใหบุคลากรมีการพัฒนาและมีการเรียนรูการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
            ใหทันสมัยตลอดเวลา

                    - สงเสริมใหบุคลากรศาลมีการศึกษาการใชเทคโนโลยีสารสนเทศดวยตนเองจากแหลงที่นาเชื่อถือ โดยแนะแนว
            ทางในการศึกษาพรอมบอกแหลงขอมูลที่ถูกตองเชื่อถือได เพื่อใหมีการเรียนรูที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไมตองรอการจัดอบรม
            จากสวนกลางเพียงแหลงเดียว

                    - สรรหาบุคลากรศาลที่มีความรูความเชี่ยวชาญในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศใหมากขึ้น
                    - สงเสริมสนับสนุนใหบุคลากรศาลไดมีจิตสำนึกและสรางความตระหนักรวมในการเปนสวนหนึ่งขององคกร

            ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชในการบริหารจัดการ การจัดอบรม การบริการ ตลอดถึงการผลิตสื่อตางๆ เพื่อให
            บุคลากรศาลและประชาชน มีความรู ความสามารถ และทักษะในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใชเพื่อ
            ใหบริการและใหความรูแกประชาชน

                    - จัดทำคูมือหรือแนวทางการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใชเพื่อพัฒนาทักษะของบุคลากรใหทันสมัย ทันตอ
            เหตุการณ สามารถใชไดทุกที่ ทุกเวลา สามารถแกปญหาที่เกิดขึ้นกับกระบวนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางทันทวงท ี

            และควรมีการประเมิน ติดตามผล อยางตอเนื่องสม่ำเสมอ
                    - สนับสนุนใหบุคลากรศาลที่มีอยูแลวสามารถถายทอดความรูใหกับบุคลากรทานอื่นๆดวยกันเอง แลกเปลี่ยน
            เรียนรูซึ่งกันและกันใหมีความรูเบื้องตนในการปฏิบัติการดูแลรักษา ซอมแซม ครุภัณฑคอมพิวเตอรและระบบเครือขาย

                    2. การพัฒนาระบบโครงสรางพื้นฐานทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ
                    ดวยสำนักงานศาลยุติธรรมไดกำหนดนโยบายและเปาหมายในการขับเคลื่อนองคกรจาก Digital Court ไปสู

            Smart Court และไดจัดทำแผนพัฒนาดิจิทัลศาลยุติธรรม พ.ศ. 2562 – 2564 ในการบูรณาการเชื่อมโยงขอมูลดวย
            ระบบดิจิทัลระหวางหนวยงานภายในและหนวยงานในกระบวนการยุติธรรมและหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของจึงเห็นควร
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94