Page 102 - การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 3
P. 102
94
เรื่องที่ 3 สายดินและหลักดิน
สายดิน (Ground Wire) คือ สายไฟที่ต่อเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยการต่อลงดิน เพื่อให้
ี่
สายดินเป็นตัวน ากระแสไฟฟ้าทอาจเกิดการรั่วไหล จากเครื่องใช้ไฟฟ้าลงสู่พื้นดิน เป็นการป้องกัน
ไม่ให้ได้รับอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
ส่วนปลายของสายดินจะถูกฝังไว้ในดิน ด้วยการรวมสายดินจากทุกจุดภายในบ้านมาไว้ท ี่
ตู้ควบคุมไฟฟ้า และต่อสายอีกเส้นจากตู้ควบคุมไฟฟ้าลงสู่พื้นดิน ส่วนทถูกฝังไว้ในดิน จะเป็นแทง
ี่
่
ทองแดงเปลือย ไม่มีฉนวนหุ้ม ยาวประมาณ 6 ฟุต เรียกว่า “หลักดิน” เนื่องจากดินมีความชื้นอยู่
เสมอ จึงท าให้เกิดความต้านทานไฟฟ้าต่ า กระแสไฟฟ้าจึงไม่ไหลมาท าอันตราย
ี่
สายดินมีไว้เพื่อป้องกันอันตรายทเกิดจากไฟช็อตหรือไฟรั่ว เพราะหากเกิดไฟช็อตหรือ
ี่
ไฟรั่วขณะทใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนั้น กระแสไฟจะไหลเข้าสู่ส่วนทเป็นโลหะ ซึ่งถ้าสัมผัสโลหะของ
ี่
อุปกรณ์นั้น โดยที่ไม่มีการติดตั้งสายดินไว้ กระแสไฟฟ้าทงหมดก็จะไหลเข้าสู่ตัวผู้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า
ั้
ี่
อาจทาให้ได้รับอันตรายและเสียชีวิตได้ แต่ถ้าทบ้านมีการติดตั้งสายดินไว้ กระแสไฟฟ้าเหล่านั้นก็
ี่
ี่
จะไหลผ่านเข้าไปทสายดินแทน อันตรายต่าง ๆ ทเกิดจากไฟช็อตหรือไฟรั่วก็จะไม่เกิดขึ้น ทเป็น
ี่
เช่นนี้เพราะว่า สายดินทาหน้าทเหมือนทอน้ าล้นของอ่างล้างจานในครัว เมื่อเปิดน้ าจนถึง
ี่
่
ท่อน้ าล้นแล้ว น้ าก็จะไหลออกมาตามท่อนั้น น้ าจึงไม่ล้นอ่าง
ี่
ี่
ี่
หลักดิน (Ground Rod) คือ อุปกรณ์ททาหน้าทน ากระแสไฟฟ้าทรั่วไหลจาก
เครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านสายดินลงสู่พื้นดิน โดยหลักดินจะมีลักษณะเป็นแทงทรงกระบอก เส้นผ่าน
่
ศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร และยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร ทาจากวัสดุททนการผุกร่อน เช่น
ี่
ี่
แท่งทองแดงหรือแท่งแม่เหล็กหุ้มทองแดง เป็นต้น โดยหลักดินเป็นองค์ประกอบทส าคัญของระบบ
สายดิน ดังนี้
1) เป็นอุปกรณ์ปลายทางที่จะท าหน้าทสัมผัสกับพื้นดิน
ี่
2) เป็นส่วนที่จะท าให้สายดินหรืออุปกรณ์ที่ต่อลงดินมีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เทากับดิน
่
3) เป็นเส้นทางไหลของประจุไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าที่จะไหลลงสู่พื้นดิน
4) เป็นตัวก าหนดคุณภาพ อายุความทนทาน และความปลอดภัยของระบบการต่อ
ลงดินในระยะยาว

