Page 102 - Occupational health and safety
P. 102
74
3.5 การควบคุมเพื่อลดความเข้มเสียง โดย พรพิมล กองทิพย์ (2560) และ วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์
(2557) ได้เสนอวิธีการควบคุมเพื่อลดความเข้มเสียงแบ่งเป็น 3 วิธี
1) การควบคุมทางวิศวกรรม
1.1) การบ ารุงรักษาเครื่องมือ เครื่องจักรอย่างสม่ าเสมอ
1.2) การเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีเสียงเบา เช่น การใช้ระบบ Hydraulic
1.3) ใช้การ์ดปิดคลุมเครื่องจักรที่มีเสียงดัง หรือใช้ฉากกั้นบริเวณที่มีเสียงดัง
1.4) แยกกระบวนการผลิตที่มีเสียงดังให้เป็นสัดส่วน
2) การควบคุมทางด้านบริหารจัดการ อาจท าโดย
2.1) จ ากัดจ านวนคนและเวลาในการท างานในที่ที่มีเสียงดัง
2.2) หมุนเวียนคนงานที่ท างานในที่ที่มีเสียงดัง
2.3) ฝึกอบรมทางด้านสุขภาพและความปลอดภัย
2.4) การตรวจสุขภาพคนงานประจ าปี
ั
ุ
3) การควบคุมที่ตัวบุคคล โดยการใช้อปกรณ์ป้องกันอนตรายส่วนบุคคล (Personnel
Protection Equipments) เช่น การสวมใส่ปลั๊กอุดหู (Ear plug) หรือ สวมใส่ที่ครอบหู (Ear muff)
บทสรุป
ปัจจัยทางกายภาพในการประกอบอาชีพสามารถพบได้ขณะการปฏิบัติงาน เช่น แสงสว่าง
ความร้อน เสียง เป็นสิ่งคุกคามที่สามารถพบได้ในงานทั่วไปทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบ
อันตรายจากการสัมผัสแสงสว่างสามารถเกิดจากการสัมผัสแสงสว่างที่น้อยเกินไปและการสัมผัสแสงที่
จ้าเกินไป การตรวจวัดความเพยงพอของระดับแสงสว่างในการท างานสามารถวัดได้ด้วยเครื่องลักซ์
ี
ุ
มิเตอร์ (Lux meter) ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสอณหภูมิที่ผิดปกติสามารถประเมินได้จากการ
ุ
ุ
ตรวจวัดอณหภูมิด้วยอณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ (WBGT) ร่วมกับการประเมินภาระงานควบคู่กันไป
เนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวได้น าปัจจัยที่ส่งผลต่ออตราการสะสมความร้อนในร่างกายมาค านวณ
ั
อณหภูมิที่ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสจริง และการท างานกับเสียงโดย ได้ก าหนดค่ามาตรฐานไว้ คือ ก าหนด
ุ
โดย 8 ชั่วโมงการท างานยอมให้สัมผัสเสียง 85 เดซิเบลเอ และต้องมีการจัดท าโครงการอนุรักษ์การได้
ยิน การประเมินระดับความเข้มเสียงสามารถประเมินได้โดยการใช้เครื่อง Sound level meter เมื่อ
ได้ค่าจากการตรวจประเมินสิ่งคุกคามแล้วสามารถน ามาน าไปเปรียบเทียบกับกฎกระทรวง ก าหนด
มาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
ท างาน พ.ศ. 2559 เพื่อวางแผนการวางแผนการป้องกันและควบคุมสิ่งคุกคามต่อไป

