Page 98 - Occupational health and safety
P. 98

70


                        3.2.1 ผลกระทบต่อร่างกาย ก่อให้เกิดภาวะการสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวและถาวร

               คลื่นไส้ และท าให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง
                                                                                        ิ่
                        3.2.2 ผลกระทบต่อจิตใจ ท าให้ตกใจ ก่อให้เกิดความร าคาญ ความเครียด เพมโอกาสการ
               เกิดอุบัติเหตุในการท างาน
                                                                                  ู
                        3.2.3 รบกวนชุมชน รบกวนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ท าให้ผู้พดต้องใช้ระดับเสียง
               เพิ่มขึ้นเพื่อแข่งกับเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น รบกวนการนอนหลับ

                     3.3 การตรวจวัดระดับความเข้มเสียง สามารถประเมินได้ 2 แบบ
                          3.3.1 การวัดเสียงที่แหล่งก าเนิดเสียง (Source measurement) เป็นการหาลักษณะของ

                                                                     ุ
                                                                                        ุ
               เสียงที่มาจากแหล่งก าเนิดเสียงโดยที่แหล่งก าเนิดเสียงอาจเป็นอปกรณ์ชนิดเดียวหรืออปกรณ์หลาย
               ชนิดหรืออาจพิจารณาโรงงานทั้งโรงงานทั้งโรงงานเป็นแหล่งก าเนิดเสียงชนิดหนึ่งก็ได้
                        3.3.2 การวัดเสียงในบรรยากาศ (Ambient-noise measurement) อาจเป็นการศึกษา
                                                                                          ุ
               ระดับเสียงหรือการวิเคราะห์องค์ประกอบของเสียง จ านวนครั้งที่ท าการวัดและชนิดของอปกรณ์ที่ใช้
               ขึ้นกับข้อมูลที่ต้องการ การวัดเสียงในบรรยากาศจะเป็นการวัดระดับเสียงที่ไม่มีแหล่งก าเนิดเสียงที่
               แน่นอนหรือไม่ทราบแหล่งก าเนิดที่ชัดเจน
                        เมื่อประเมินความเข้มเสียงในการท างานแล้วให้น าไปเปรียบเทียบกับกฎกระทรวง ก าหนด

               มาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
               ท างาน พ.ศ. 2559 หมวดที่ 3 เสียง (ภาคผนวก ข) ซึ่งได้ก าหนดสาระส าคัญเกี่ยวกับค่ามาตรฐาน
               เสียงไว้ว่า นายจ้างต้องควบคุมระดับเสียงมิให้ลูกจ้างได้รับสัมผัสเสียงในบริเวณสถานประกอบกิจการที่
               มีระดับเสียงสูงสุด  (Peak  sound  pressure  level) ของเสียงกระทบหรือเสียงกระแทก (impact
               or  impulse  noise)  เกิน  140 เดซิเบล หรือได้รับสัมผัสเสียงที่มีระดับเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่

               (continuous  steady  noise)  เกินกว่า 115 เดซิเบลเอ  ต้องควบคุมระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ย
               ตลอดเวลาการท างานในแต่ละวัน  (Time  Weighted  Average-TWA)  มิให้เกินมาตรฐานตามที่

               อธิบดีประกาศกาหนด โดย 8 ชั่วโมงการท างานยอมให้สัมผัสเสียง 85 เดซิเบลเอ และต้องมีการจัดท า
               โครงการอนุรักษ์การได้ยิน
                                                           ั
                      การประเมินระดับความดันเสียง (วันทนี พนธุ์ประสิทธิ์, 2557) จะช่วยให้สามารถทราบว่า
               เสียงจะมีผลต่อการสูญเสียการได้ยินอย่างไร โดยใช้เครื่องมือในการประเมินดังนี้
                      1) Sound level meter เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดความดันเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปในอากาศ

               เครื่องมือชนิดนี้ใช้หาปริมาณเสียงที่ได้รับในช่วงเวลาที่ท าการตรวจวัด
   93   94   95   96   97   98   99   100   101   102   103