Page 373 - Occupational health and safety
P. 373
336
2. ให้นักศึกษาอธิบายเริ่มตั้งแต่การที่มนุษย์จะมองเห็นวัตถุได้ ต้องมีแสงมาตกกระทบวัตถุนั้น
สะท้อนเข้าตา ผ่านส่วนใดในลูกตาบ้าง จนกระทั้งไปสู่สมอง และสมองส่วนใดเป็นตัวแปลสัญญาณให้
้
้
เป็นภาพให้มนุษย์มองเห็น และการปรับสภาพสายตาของพนักงานไฟฟาที่ต้องลงไปซ่อมสายไฟฟาใน
ท่อใต้ดิน ซึ่งจะเปลี่ยนจากการท างานในที่สว่างไปยังที่มืด ต้องอาศัยการการปรับโครงสร้างของ
ทรานส์เรตินัลกลับมาเป็นซิสเรตินัล
ึ
3. ให้นักศกษาอธิบายเริ่มตั้งแต่เสียงผ่านหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน โดยผ่านชิ้นส่วนใด
เกิดการเปลี่ยนแปลงสัญญาณอย่างไร จนกระทั้งผ่านเข้าสู่เว้นประสาทไปสู่สมอง
ุ
4. การควบคุมอณหภูมิของร่างกายของแรงงานที่ท างานอยู่หน้าเตาเผาชามตราไก่ คือ
ุ
คนท างานในที่ที่มีอณหภูมิสูง (ที่ร้อน) กลไกจะเกิดจากสมอง ไปกระตุ้นอวัยวะส่วนใดในร่างกายบ้าง
เพื่อให้ร่างกายเกิดการระบายความร้อนออกจากร่างกาย
5. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายของแรงงานที่ท างานในบริษัทอาหารแช่แข็ง คือ คนท างาน
ื่
ุ
ในที่ที่มีอณหภูมิต่ า (ที่เย็น) กลไกจะเกิดจากสมอง ไปกระตุ้นอวัยวะส่วนใดในร่างกายบ้าง เพอให้
ร่างกายเกิดการกักเก็บความร้อนไว้ในร่างกาย
6.กลไกการท างานของกล้ามเนื้อของแรงงานแบกข้าวสาร เป็นการท างานของกล้ามเนื้อแบบ
การใช้แรงแบบสถิต (Static work) ท าให้ระบบไหลเวียนส่งเลือดเข้าสู่ภายในกล้ามเนื้อได้ยากหรือไม่
สามารถท าได้ในขณะที่กล้ามเนื้อนั้นมีความต้องการเลือดอย่างมากเพื่อน าสารอาหารและออกซิเจนเข้า
สู่เซลล์ ก่อให้เกิดการเผาผลาญสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนเกิดกรดแลคติคซึ่งเป็นสาเหตุของความ
ล้าของกล้ามเนื้อ
7. ให้ดูการเขียนกราฟ แผนภูมิที่ 2.1 ในบทที่ 2 เป็นตัวอย่าง
6. ก าหนดให้ ปริมาณเลือดที่สูบฉีดจากหัวใจใน 1 ครั้ง (Stroke volume; SV) เท่ากบค่าปกติ
ั
60-100 มิลลิลิตร/ครั้ง นักศึกษาจับชีพจรตนเอง แล้วน าไปใส่ในสูตรการหาค่า ปริมาณเลือดที่สูบฉีด
ออกจากหัวใจใน 1 นาที (cardiac output; CO)
7. กลไกการป้องกันตนเองในระบบทางเดินหายใจมี 2 กลไก คือ กลไกป้องกันตนเองที่ไม่
จ าเพาะและกลไกการป้องกันตนเองอย่างจ าเพาะ นักศึกษาต้องวิเคราะห์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้างเมื่อ
ผู้ปฏิบัติงานสูดดมฝุ่นจากการโม่หิน ซึ่งเป็นการสูดดมซิลิก้า (ฝุ่นทราย)
8. อธิบายกลไกการซึมสารผ่านผิวหนังของสารเคม โดยการแลกเปลี่ยนสารสารระหว่างเซลล์
ี
แบ่งได้เป็น 2 แบบได้แก การเคลื่อนที่แบบธรรมดาและการเคลื่อนที่แบบแอคทฟ
ี
่
แนวค าตอบข้อค าถามท้ายบทที่ 3
7. ใช้สูตรค านวณค่า WBGT ส าหรับการท างานกับความร้อนในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีแสงอาทิตย์
พร้อมวางแผนการควบคุมการสัมผัสกับความร้อนด้วยการควบคุมทางวิศวกรรม การบริหารจัดการ
และการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
8. ใช้สูตรค านวณค่า WBGT ส าหรับการท างานกับความร้อนในสภาพแวดล้อมที่มีแสงอาทิตย์
พร้อมวางแผนการควบคุมการสัมผัสกับความร้อนด้วยการควบคุมทางวิศวกรรม การบริหารจัดการ
และการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

