Page 204 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 204

196

      - อย่าทาบริเวณดวงตา ปาก ถา้ ใชแ้ บบสเปรยใ์ ห้ฉีดสเปรยล์ งบนมือก่อนแลว้ จึงทาทีใบหน้า
อยา่ ฉีดสเปรยเ์ ขา้ ทีใบหนา้ โดยตรง

      - หา้ มเด็กใชผ้ ลิตภณั ฑด์ ว้ ยตวั เอง ควรทาบนมือก่อนแลว้ จึงทาใหเ้ ด็ก อยา่ ฉีดหรือเทลงบนมือ
ของเดก็

      - ใช้ในปริมาณทีเพียงพอสาํ หรับปกป้ องผิว ไม่จาํ เป็ นต้องทาให้หนาเพราะไม่ช่วยเพิม
ประสิทธิภาพในการไล่ยงุ

      - ถา้ ใชแ้ ลว้ เกิดผนื หรือเกิดผลขา้ งเคียง ควรลา้ งออกดว้ ยนาํ สบู่ แลว้ ไปพบแพทยพ์ ร้อมกบั นาํ
ผลิตภณั ฑไ์ ปดว้ ย

      - งดใชใ้ นสตรีมคี รรภ์
      ลูกเหมน็ (Mothball)
      ลกู เหมน็ ทีเราคุน้ เคยมีลกั ษณะเป็นกอ้ นกลมสีขาวขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ 1 เซนติเมตร
เอาไวใ้ ส่ในตูเ้ สือผา้ หรือตเู้ ก็บรองเทา้ เพอื ระงบั กลนิ และป้ องกนั แมลงกดั แทะ เพราะลูกเหมน็ ใหไ้ อทีมี
กลนิ ออกมาจากสารเคมที ีเป็นของแข็ง เรียกวา่ ระเหิดออกมา (ถา้ ไอออกมาจากของเหลว เรียกวา่ ระเหย)
สารเคมีทีมีกลนิ และระเหิดไดน้ าํ มาใชท้ าํ ลกู เหมน็ ไดแ้ ก่ แนพธาลีน (Naphthalene) เป็นผลึกสีขาว แข็ง
และสามารถระเหิดเป็นไอไดง้ ่าย หากกินหรือกลนื เขา้ ไปทาํ ใหม้ ีอาการปวดศีรษะ คลืนไส้ อาเจียน มึนงง
ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลาํ ไส้ การไดร้ ับเขา้ ไปในปริมาณทีมากอาจทาํ ลายเซลลเ์ มด็ เลือดแดง
การหายใจเขา้ ไปจะทาํ ใหเ้ จ็บคอ ไอ ปวดศรี ษะ และคลืนไส้ การสมั ผสั ทางผวิ หนงั ทาํ ใหเ้ กิดการระคาย
เคืองปวดแสบปวดร้อน สารนีสามารถดูดซึมผา่ นผวิ หนงั และทาํ ใหเ้ ป็ นอนั ตรายได้ การสัมผสั ถกู ตาทาํ
ใหป้ วดตา และสายตาพร่ามวั ยงั มีอีกสารหนึงทีนาํ มาใชแ้ ทนแนพธาลีน คือ p-Dichlorobenzene (1,4-
Dichlorobenzene หรือ p-DCB) มีสมบตั ิสามารถระเหิดกลายเป็ นไออย่างชา้ ๆ และไอของมนั จะทาํ
หน้าทีดับกลิน หรื อฆ่าแมลงพิษของ p-Dichlorobenzene คล้ายๆแนพธาลีน มีความเป็ นพิษมาก
(www.wikipedia.org) สารเคมีทีใชท้ าํ ลูกเหม็นอีกชนิดหนึงคือ แคมเพอร์ หรือ การบรู (Camphor;
1,7,7-trimethylnorcamphor) มคี วามเป็ นพิษมาก ถา้ หายใจเขา้ ไปก่อใหเ้ กิดการระคายเคืองต่อทางเดิน
หายใจ ไอ หายใจถี มีผลต่อระบบประสาทเป็นไดต้ งั แต่มึนงงจนถงึ ชกั ขึนอยกู่ บั ปริมาณและระยะเวลา
ทีไดร้ ับสาร การกลืนหรือกินเข้าไปก่อใหเ้ กิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร เกิดอาการคลืนไส้
อาเจียน ทอ้ งเสีย อาจทาํ ใหป้ วดศรี ษะ เป็นลม การสมั ผสั ทางผิวหนังก่อใหเ้ กิดอาการเป็ นผนื แดง คนั และ
เจบ็ สามารถดดู ซึมผา่ นผวิ หนงั ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ถา้ ไดร้ ับสารเป็ นเวลานานอาจทาํ ลายตบั และไต คนทีมี
อาการผดิ ปกติทางระบบประสาทหรือเป็นโรคเกียวกบั ตบั อยแู่ ลว้ จะไดร้ ับผลกระทบต่อสารนีไดง้ ่าย
      อยา่ งไรกต็ าม การใชล้ กู เหมน็ ตามปกติไม่ไดใ้ หอ้ นั ตรายเช่นว่านี เพราะมนั ค่อยๆระเหิดใหไ้ อ
ออกมา เราไม่ไดไ้ ปสูดดมแรง ๆ หรือสมั ผสั นาน ๆ สิงทีควรระมดั ระวงั คือเก็บใหพ้ น้ มือเด็ก ทีอาจเล่น
หรือหยบิ ไปใส่ปากได.้ ..
   199   200   201   202   203   204   205   206   207   208   209