Page 164 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 164

คํานํา



                                                             
                                                                                                  ํ
                                                                                              
                                   ํ
                                         
                      ไมไผ มีความสาคัญตอคนไทยมาเปนเวลาชานาน โดยเฉพาะในชนบท ไมไผเปนสวนสาคัญ
            ในชีวิตประจาวันตั้งแตเกิดจนกระทังตาย ไมไผจดเปนไมอเนกประสงค กลาวคือมีประโยชน ทั้งทางตรง
                                                      ั
                       ํ
                                           ่
                                                                                            
                                                                             
                                                 ู
                                                 
                                                  ั
                                 
                                          ่
                                                                        ํ
                                                                ี
                                               ่
                                                                   
                                                                             
                                                     ั
                                                                                   ั
                                                                                             
                                                            
                                                                               ํ
            และทางออม ประโยชนทางตรงทีเปนทีรจกกนเปนอยางด ไดแก ลาไผใชสาหรบการกอสราง จกสาน
                                                                                                  ั
                                                                                     ุ
                                       ั
                                              
            ทําเครองเรอน เครองประดบตกแตงบานเรอน ทําทีคางผักและผลไม ในปจจบันนยมนามาใชใน
                       ื
                               ื
                               ่
                                                                                          ิ
                                                              ่
                                                     ื
                                                                                              ํ
                                                                                                     
                   ื
                   ่
                                       
            อุตสาหกรรมกระดาษ ใบไผใชสาหรบหอของและมงหลังคา หนอใชเปนอาหาร แมแตรากยงใชประดษฐ
                                                                                               
                                                                    
                                        ํ
                                                                                       
                                                                                                    ิ
                                                                       
                                                                                            ั
                                                         ุ
                                            ั
                                       
                                  
                           ั
                                      
                                               ั
                   ่
                                                              
            เปนเครองประดบตกแตงไดดวยเชนกน สวนประโยชนทางออมน้นรากไผถือวาเปนระบบรากฝอย
                                                   
                   ื
                                            
                                                                        ั
                                                                     ิ
                                                   ิ
                                         
                                                            
                                                                                             ั
                                             ึ
                                      
                                                ้
                                 ี
                                                ื
                                                                                       ั
            ทีประสานกนอยางเหนยวแนนชวยยดเนอดนตามไหลเขาและรมหวยไมใหเกิดการกดชะพงทลายของ
              ่
                           
                       ั
                                                                         ู
                                                                            ื
                                                      
                           ้
                                ุ
                              ิ
                                                                 ั
                                                                                   ิ
                ิ
                                         ั
            ผิวดน นอกจากนี ดนขยไผยังมีลกษณะรวนโปรงเบาเหมาะกบการปลกพชบางชนด
                                                
                        
                                                                            
                                                
                     หนวยงานตางๆของภาครัฐไดใหความสําคัญตอไมไผเปนอยางมาก กระทรวงเกษตรและ
                                                                
                                
                                                                                                 ิ
            สหกรณ กาหนดใหมีการสงเสริมการปลกไมไผและใหมีการใชประโยชนอยางกวางขวาง โดยชนดพนธ    ุ
                      ํ
                                                ู
                                                                                                    ั
                                                 
            ที่สงเสริมไดแก ไผตง ไผรวก ไผเลี้ยง เปนตน กรมวิชาการเกษตรสงเสรมการปลกไผควบคูกบไมผลยนตน
                                                                                           ั
                                                                     
                                                                                                   ื
                                                                                                      
                                                                         ิ
                                                                                 ู
                  ั
                          ิ
                                                               ิ
                                                       ั
                             ั
                         ่
            กรมพฒนาทีดนจดใหไมไผไวในโครงการปรบปรงดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
                                                            ุ
                        ั
                                                                                                  ั
                                     ู
                                                                             ื
                                                                                                ่
                             ุ
            มีแนวทางสนบสนนการปลกไมไผของราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนอ โดยเฉพาะในทองทีจงหวัด
                                                 ํ
            ขอนแกนและบรเวณใกลเคียง เพอจดจาหนายใหแกโรงงานกระดาษ เปนการสงเสริมรายไดใหแก
                           ิ
                                           ่
                                           ื
                                              ั
            ราษฎรพรอมทั้งเปนไมใชสอยในครัวเรือนควบคูกนไปดวย
                                                       ั
                                                            
                                                                                              ํ
                        
                                                                                       ุ
                                                                                                  ั
                                                             ิ
                                                                 ึ
                                                                 ่
                                                                               ั
                                          ํ
                     ในสวนของกรมปาไมกาหนดใหไผเปนไมชนดหนงในโครงการพฒนาปาชมชน สาหรบการ
                                                                                                      ั
                                                                  ํ
                                                           
                                                                                     ุ
              ั
                                                                                                 ่
                                                                                ื
                                                                                ่
            จดการปาไมในระบบวนเกษตร เพราะไมไผเหมาะตอการนาไปสงเสริมเพอใหชมชนในทองถินไดรบ
                                                                           
                                                                              ่
                                                                              ี
                                                             
                                                                                        ิ
                                    
                                            ั
            ประโยชนทางเศรษฐกิจไดในระยะสน ชมชนยอมรบไดงาย เพราะมิไดเปลยนทัศนคตวิถีการดารงชวิต
                                                ุ
                                                         ั
                                            ้
                                                                                                    ี
                     
                                                                                                ํ
                                      
               ื
            หรอโครงสรางของทองถิ่นอยางทันที (กรมปาไม, 2542)
                       
                     ถาน เปนทีรูจกกนมาตั้งแตสมยกอนประวัติศาสตร โดยในสมยอียิปตโบราณประมาณ 3,000
                                                                          ั
                              ่
                                   ั
                                 ั
                                               ั
            ปกอนครสตศกราช ไดมีการนาถานไปผสมสารบางอยางเอามาใชเกบรกษาพระศพของกษัตรยฟาโรห
                       
                         ั
                                                                       
                     ิ
                                                                           ั
                                                             
                                                                                               ิ
                                                                         ็
                                
                                                                                                 
                                       ํ
                      
                                                                                             ุ
                                                         ิ
                                                                                    ํ
                  
                                                                                 ่
                             ุ
                                                                                                      ื
                                                              ั
                                                            
            มิใหเนาเปอย ในยโรป ประมาณ 1,000  ปกอนครสตศกราชมีการเผาถานเพอนามาใชถลงโลหะหรอ
                                                                                          
                                                                                 ื
                                                                                                     ั
                                                 ิ
                                                                       ํ
            หลอมโลหะ การผลตถานไมในยคประวัตศาสตรกระทําโดยการนาทอนไมมาเรียงแลวจุดไฟ จากน้น
                                         ุ
                                                        
                              ิ
                                                                                                      ํ
            จึงกลบดวยดน นบเปนเตาผลตถานชนดแรกของโลก การผลตถานไมดงกลาวยงไดผลผลตและคุณภาพตา
                                                                                                      ่
                                                                                ั
                           ั
                                             ิ
                                      ิ
                                                                ิ
                                                                                        ิ
                                                                            
                                                                                   
                    
                        ิ
                                                                        ั
                                                                                      
              ื
                                               
              ่
                                                                   ็
                                                              
                                                    
                                                                             
            เนองจาก ไมสามารถควบคุมอากาศไดตามตองการ อยางไรกตามการใชประโยชนจากถานมีมากมาย
                                                                               ิ
                                                                          ้
                                                                ่
                                                                                     ่
            จนกอใหเกิดปญหาการตัดไมทําลายปาในหลายประเทศ เมือมีการใชเชือเพลงชนิดอืนเขามาทดแทนเชน
                                  
                                              
                                                            
                                                                       ่
            ถานหิน ถานโคก ลกไนต แกส และไฟฟา ทําใหความตองการถานเรมลดนอยลง (วินัย, 2541 ; กรมปาไม
                                                                            
                             ิ
                                                                       ิ
                                                      ่
            และองคกรความรวมมือระหวางประเทศแหงญปุน, 2544)
                             
                                                      ี
                                                                                          ั
                                                                ็
                                    ั
                                ้ํ
                                                                           ื
                                                                                                      
                     ถานที่ดีจะมีนาหนกสง คาความรอนสง กอนถานแขงแรงไมยยหรอเปนผงงาย  หลงจากตดไฟแลว
                                                                        ุ
                                       ู
                                                     ู
                                                                                                ิ
            คุอยไดนาน ไมแตกปะทุระหวางติดไฟ ปรมาณความชนตาและมีสงเจือปนอืนนอย จากการศกษาของ
                                                                       ่
                                                                       ิ
                                                                                   
                                                                                ่
                                                             ้
                ู
                                                             ื
                                                                                               ึ
                                                                ํ
                                                                ่
                   
                
                                                  ิ
                                                        144
   159   160   161   162   163   164   165   166   167   168   169