Page 167 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 167

ํ
                                                       ้
                                                          
                                        ้
                           ใชในการอาบนา โดยการเปดนารอนผานถงผาทีบรรจถานขาวไวภายใน นารอนทีไดจะมี
                             
                                        ํ
                                                                  ุ
                                                                                                  
                                                                                                      ่
                                                                                                         
                                                                                               ํ
                                                                       ่
                                                                             ุ
                                                                                               ้
                                               ้
                             
                  คุณภาพใกลเคียงกับนําจากบอนําพุรอน
                                      ้
                                                  
                           จิระพงษ (2547) และ FFTC Prachcoal Technology (2004) กลาวถึงการใชถานไมไผบดในการ
                                                                                 
                                                                                           
                  เปนอาหารสัตว โดยผสมในอาหารสัตวประมาณ 1-2% ใหกบวัวจะเปนการเพมปรมาณนานม ในกรณี
                                                                                                 ้
                                                                       ั
                                                                                           ิ
                                                                                       ่
                                                                                                 ํ
                                                                                       ิ
                                                                        ั
                                                                     ํ
                                                     ิ
                  ใหกบไกจะลดอัตราการตายและเพมปรมาณการวางไข สาหรบการใชถานไมไผผสมเปนอาหารในสกร
                                                                                                          ุ
                      ั
                                                 ิ
                                                                                
                                                 ่
                                                                               ิ
                                                                           ิ
                                                               ิ
                                                   
                                                                           ่
                  นอกจากเปนการลดอัตราการตายแลว ยังกําจัดกล่นเหม็นและเพมปรมาณเนอดวย การผสมผงถานไม
                                                                                      ื
                                                                                         
                                                                                      ้
                                                                                                 
                                                                            ่
                                                                         ่
                  ไผประมาณ 100-1000 เทาในนาเปนการปองกนโรคและลดกลินทีไมพงประสงคไดเปนอยางดี
                                                           ั
                                                                                ึ
                                              ้
                                              ํ
                                                                ื
                                                                                                     ี
                           คุณสมบัตของถานไมไผคือมีความพรนหรอโพรงเลกๆ จานวนมาก และโพรงเหลานกระจาย
                                                                        ็
                                                                                                   
                                   ิ
                                                                                                     ้
                                                                             ํ
                                                            ุ
                                                            ื
                                                ่
                                                               ่
                                                                                            ั
                                                                                      ่
                                                            ้
                  อยทัวทิศทาง ประกอบกบการทีถานไมไผมีพนทีผิวมากกวาถานไมชนดอืนๆ ดงนนถานไมไผจึงมี
                                                                                              ั
                     
                     ู
                      ่
                                         ั
                                                                                    ิ
                                                                                              ้
                                                             
                                                              ี
                                                 ั
                                                                                                       ํ
                                   ู
                                      ั
                                                         ื
                                                                              ่
                                                         ้
                                                                           ิ
                  คุณสมบัตในการดดซบกลน ดดซบความชนไดดกวาถานไมชนดอืนๆ ถานไมไผจึงสามารถนามาใช             
                                              ู
                                          ิ
                           ิ
                                          ่
                                                                          ื
                                                                                                ิ
                                                                             ่
                                                                                               ุ
                                                                                              ี
                                                                                              ้
                                                                                                           ั
                                                                    ื
                  ประโยชนสาหรบดดความชน และดดกลน ภายในบานเรอน หรอทีทํางาน นอกจากนจลนทรยทีอาศย
                                          ื
                                  ู
                                          ้
                                                  ู
                                                                                                     ี
                          
                                                                                                       ่
                                                                                                      
                                ั
                            ํ
                                                      ิ
                                                      ่
                                             ิ
                  อยูในถานไมไผจะชวยกาจดจลนทรียทีเปนอันตรายตอมนุษยอีกดวย ดงนั้น การพฒนานําถานไมไผและ
                                                                                         ั
                                      ํ
                                                                               ั
                                                                           
                                           ุ
                                         ั
                                                   ่
                                                  ํ
                                                                           ่
                      
                   ํ
                                  ื่
                                                                                                           ั
                  น้าสมควันไมไผ เพอใชในการบําบัดน้าเสยจะเปนแนวทางในการทีจะชวยรักษาสภาพแวดลอมโดยอาศย
                                                     ี
                                      
                                                                                                 
                  ภมิปญญาไทยตามแนวพระราชดาริเศรษฐกิจพอเพยง
                   ู
                                               ํ
                                                               ี
                           ถานไมไผ จากไผตางชนดกน อาจจะมีคุณสมบัตทีแตกตางกน แมวาจะมีกรรมวิธีการผลตที    ่
                                                                                ั
                                                                                                          ิ
                                                ิ
                                                   ั
                                                                      ิ
                                                                             
                                                                       ่
                                           
                                        ึ
                  เหมือนกน จึงควรมีการศกษาขอมลสาหรับเปนขอมลพนฐานตอไป
                                                                  ื
                                                ู
                                                               ู
                                                                  ้
                          ั
                                                   ํ
                             
                           ไผซางหมน  ชือวิทยาศาสตร Dendrocalamus  sericeus  ชือวงศ Graminae  รปรางลกษณะ
                                                                                                ู
                                                                                                   
                                                                                                       ั
                                                                               ่
                                        ่
                                         ั
                                                                          ่
                                                                                                 ี
                                                                       ้
                                                                       ื
                  ไผซางหมน เปนไผสายพนธพนเมืองทีพบมากเฉพาะในพนทีภาคเหนือ แถบจังหวัดเชยงใหม แพร
                                              ้
                                                     ่
                                              ื
                                            ุ
                                                                                       ื
                                                   ิ
                                                                     
                   ํ
                                                                                       ้
                                       
                                                                               ็
                                      
                                 ู
                              ํ
                                                        ่
                                           ั
                                                                       ํ
                  ลาปาง และลาพน แตดวยลกษณะพเศษทีลามีขนาดใหญ ลาตรง แขงแรง เนอไมหนา สวยงาม ทําให
                                                         ํ
                                                             
                                                                   ี
                                                                               ิ
                                      ่
                  ไผซางหมนกลายเปนทีตองการของตลาด ขายไดราคาด นิยมนํามาผลตเปนเฟอรนิเจอรไมไผคุณภาพด    ี
                                                                     
                                                         ่
                         ่
                                                                 ู
                                                                       ู
                                                                                                     
                  จนเปนทีขนานนามวา "เพชรแหงลานนา"  ฤดทีพบทุกฤด แตฤดการใชประโยชนคือ  ฤดฝน การใชประโยชน     
                                                                                            ู
                                                                                     
                                                       ู
                                                                             
                                              
                  ใชสวนลาตน นําไปแปรรูปเปนเฟอรนิเจอร  วิธีการนําไปใชประโยชน  หนอนิยมนําไปแปรรูปเปนหนอไมดอง
                     
                         ํ
                                                                                                          ู
                                                                                                       ํ
                  อัดปบ อบแหง แหลงที่พบ พบมากเฉพาะในพนทีภาคเหนอ แถบจงหวัดเชยงใหม แพร ลาปาง และลาพน
                                                                          ั
                                                                                           
                                                                                             ํ
                                                                                 ี
                                                                   ื
                                                         ้
                                                         ื
                                                            ่


                  ภาพที่ 1.  ไผซางหมน
                                                              147
   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171   172