Page 166 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 166

o
                                                                           o
                                                                                                      ั
                                                                                                   ํ
                                                                                                  ่
                                                  
                                                        
                                                                                           ํ
            2 ชนิด ไดแก ถานขาว คือถานที่ผลิตโดยใชความรอนที่ประมาณ 1000 C -1100 C และนาถานทีกาลง
                                                                                  ้
                                              ้
                                                              ้
                                                       ิ
              ุ
                                                              ํ
                                                                                       ั
                              ั
                      
                      ู
            ลกไหมอยออกมาดบนอกเตา โดยใชขีเถาผสมดนและนาประมาณ 10-20% ขีเถาดงกลาวจะติดแนน
                                             
                                                                                                     o
                                                                                            o
                            ี
            อยทีผิวถานเปนสขาวปนเทา และถานดา คือถานทีผลตโดยใชความรอนทีประมาณ 400 C - 700 C
                                                          ่
                                                             ิ
                                                                    
                                                                          
                                                                              ่
                ่
               ู
               
                                                ํ
                                        
            และปดเตาไมใหอากาศเขา ปลอยถานไวในเตาจนกวาจะเยนเอง (กรมปาไม และองคกรความรวมมือ
                                                                                                  
                                                                 ็
                                ี่
            ระหวางประเทศแหงญปุน, 2544)
                     การใชประโยชนจากถานไมไผมีการกลาวถึงกนอยางมากมาย นอกจากถานไมไผจะใชเปน
                                   
                                                                                                   
                                                              ั
                                                        
                           
                                                                   
                                                                  
                                                 
                                                                              ั
                                                                                              
                                                                                          
              ื
              ้
                    ิ
            เชอเพลงในการประกอบอาหารและสรางความอบอุนแลว ถานไมไผยงมีประโยชนในดานการใช                
                                                                                   ่
                                                                                   ิ
                                                                  ่
            ประโยชนในครัวเรือนและในดานการเกษตร โดยถานไมไผทีมีรูพรุนยังใชดดกลนและความชืนในบาน
                                                                                               ้
                                                                               ู
                                       
                           
                                                                     ้
                                                     ็
                                                                                               ็
                                                                          ู
                                                                          
            เชน ในหอง นังเลน, หองรับแขก, ครัว, หองเกบของ, กรงสัตวเลียง, ตกับขาว, ตูเย็น และตเกบรองเทา
                                                                                            
                        ่
                                                                                            ู
                                                                                          ั
                                               
                                                                    ่
                                                                                                   
                                                                                   
                                                                
            หากหมดประสทธิภาพการดดซบแลว สามารถนามาลางผึงแดดใหแหง แลวนากลบมาใชไดใหม
                                                                                      ํ
                                                          ํ
                                       ู
                                                                                                 
                          ิ
                                          ั
                                                                                         ้
                                                                           ั
                                           
                                                                                         ํ
                                                                                                  
                                                                ํ
            นอกจากนถานไมไผยงสามารถใชประโยชนในการบําบัดนาเสยจากครวและการอาบนากอนปลอยลง
                      ้
                      ี
                                                                   ี
                                ั
                                                                ้
                                                   
                                                                                     ้
              ู
              
                                                                                     ํ
                                                ่
                         ้
            สทอระบายนาสาธารณะ จลินทรียทีมีประโยชนในถานไมไผจะชวยบําบัดนาเสียจากหองสวม
                         ํ
                                       ุ
              ํ
            (สานักวิจยเศรษฐกิจและผลตผลปาไม, 2547)
                                     ิ
                     ั
                     สาหรับประโยชนในการเกษตรนั้น ถานไมไผทีมีขนาดเลก หรือมีขนาดไมเกิน 5 มม. ใชเปนสาร
                                                                     ็
                      ํ
                                                            ่
                     ิ
                                                                                       
                                                                                            ้
                                                            ิ
                                                                   ุ
                         ่
            ปรับปรุงดน เนืองจากความพรุนของถานไมไผ ชวยใหดนรวนซย อุมน้าและอากาศไดมากขึน ทําใหราก
                                                                         ํ
                         
                      ั
                                   ู
                                                             
                                                                                               ั
                                                                                                 
                                                                               ็
              ื
                                      ั
                                                                       
            พชขยายตวไดเรว และดดซบไนโตรเจนไมใหระเหยสอากาศอยางรวดเรว และถานไมไผยงชวยลด
                                                             ู
                           ็
                                     ั
                                                                 
                                          
                                                                      ู
                                                                        ั
            ระยะเวลาในการทําปุยหมกใหนอยลง เนองจากถานไมชวยดดซบแกสจากกระบวนการหมกและ
                                                                                                 ั
                                                   ื
                                                   ่
              ุ
            จลนทรียทีอาศยในถานจะชวยยอยสลายธาตุอาหารทีนํามาหมกใหเปนปุยเร็วขึน (สานกวิจยเศรษฐกิจ
                                                                                  ้
                                                                                      ํ
                                                                                             ั
                                                                    ั
                                                                                         ั
                         ั
               ิ
                      ่
                                                            ่
                   ิ
            และผลตผลปาไม, 2547)
                                                                                            ี่
                          ํ
                     การนาถานไมไผมาใชประโยชนมีลกษณะพเศษเฉพาะตว ประเทศจีน เกาหลี และญปุน เปนเพยง
                                                  ั
                                               
                                       
                                                         ิ
                                                                    ั
                                                                                                     ี
                               ั
                                  ่
            3 ประเทศในโลกเทานนทีสามารถผลตและใชประโยชนจากถานขาว (กรมปาไม และองคกรความรวมมือ
                                            ิ
                               ้
                                                                                                  
            ระหวางประเทศแหงญปุน, 2544)
                                ี่
                     การทําน้าแร โดยการนําถานขาวใสในกาตมน้ารอนประมาณ 100 กรัมตอน้า 1 ลิตร นอกจาก
                                                                                       ํ
                            ํ
                                                            ํ
                                                    
                                                        ั
                                                           ้
                       ั
                                           
                                            
                                                               
            ถานจะดดซบกลนและสารอินทรยตางๆทีปนมากบนาแลว แรธาตตางๆในถานจะละลายออก มาเพิม
                                                           ํ
                                                                                                      ่
                    ู
                                          ี
                           ิ
                           ่
                                                 ่
                                                                         
                                                                       ุ
                                                                    
                                        
                                   ํ
                              ิ
            คุณภาพและรสชาตของนาอีกดวย
                                   ้
                                                             
                     การเพมรสชาตและธาตอาหารในขาว โดยใชถานขาวประมาณ 100 กรัมตอขาว 1 ลตร ถาน
                           ่
                           ิ
                                                                                                ิ
                                          ุ
                                  ิ
                                    ี
                       ิ
                                                                                      ั
                                     
                                                                         ่
            จะดูดซับกล่นและสารอินทรยที่ปนมากับนํา และดูดซับสารตางๆ และกลนหืนทีตดมากบขาว ทําใหขาวสวย
                                                                         ิ
                                                               
                                                ้
                                                                               ่
                                                                                ิ
            ที่หุงขึ้นหมอและรสชาติดีขึ้น
                                                                                   ่
                                                
                                                                                            ุ
                                                                      ิ
                                                                       ี
                     ใชในการประกอบอาหารปง ยาง ทําใหอาหารมีรสชาตด เนองจากเมือถานไมลกไหมจะเกิด
                       
                                             
                                                                          ่
                                                                          ื
                                                                                                    ั
            ฟลมบางๆของขีเถาทีผิวถานไม ถานไมจะใหความรอนโดยการแผรงสทีไมมีเปลวไฟ ความรอนจากรงส    ี
                          ้
              
                                                         
                                                                         ี
                               ่
                                                                           ่
                                                                                             
               
                                                                       ั
                     
                                                                                                   
                                          ื
                                                                                                      ่
                                             ื
                                                                    
            ทําใหผิวดานนอกของอาหารหรอเนอสัตวแหงและแข็งตัวอยางรวดเร็วกวาความรอนจากแหลงอืน
                                                                                        
                                             ้
                     
            อาหารที่ปง หรอยางโดยวิธีนี้จึงมีรสชาติดีกวาวิธีอืน
                                                        ่
                          ื
                                                        146
   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171