Page 73 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 73
ื
3. มอดุลัสยดหยุน ในสภาวะแหงของไผซางหมน ทีสวนโคน สวนกลาง และสวนปลาย มีคา
่
ั
ื
เทากบ 9,720 10,900 และ 12,400 เมกะปาสคาล หรอ 99,200 110,900 และ 126,200 กก/ซม 2
ตามลําดับ สวนคาดังกลาวของไผซางหมนสวนโคน สวนกลาง และสวนปลายในสภาวะเปยกเทากบ
ั
2
6,540 15,600 และ 18,400 เมกะปาสคาล หรอ 66,900 159,600 และ 187,300 กก/ซม
ื
ุ
ั
ํ
ั
ั
ุ
่
ตามลาดบ อัตราสวนระหวางคามอดลสยดหยนกบคามอดลสแตกราว (MOE/MOR) ของไมทัวไป จะมี
ื
ั
ุ
ํ
่
่
ั
ื
คาประมาณ 100 ซึงคาดงกลาวของไผซางหมนสวนลางมีคาใกลเคียงหรอตากวา 100 สวนไผซางหมน
ู
สวนกลางและสวนปลาย มีคาดงกลาวประมาณ 250 ซึงถือวามีคาสงมากๆ แสดงใหเห็นวาไผซางหมน
ั
่
มีความแขงตึง หรือความตานทานในการเสยรูปทีสง
ู
่
ี
็
้
ั
ิ
่
4. แรงเฉือน ในสวนทีตดขอ (node) นน ไผซางหมนสวนโคน สวนกลาง และสวนปลายใน
2
ั
ื
สภาวะแหงมีคาแรงเฉือนเทากบ 7.70 9.18 และ 9.69 เมกะปาสคาล หรอ 78.5 93.6 และ 98.8 กก/ซม
ั
ตามลาดบ สวนในสภาวะเปยกมีคาแรงเฉือนเทากบ 7.78 8.99 และ 9.56 เมกะปาสคาล หรอ 79.3
ื
ํ
ั
2
91.7 และ 97.5 กก/ซม ตามลําดับ สวนไผซางหมนในสวนที่เปนปลอง (internode) มีคาแรงเฉือนใน
ื
ั
สภาวะแหงสวนโคน สวนกลาง และสวนปลายเทากบ 8.37 8.27 และ 8.89 เมกะปาสคาล หรอ 85.3 84.3
2
และ 90.6 กก/ซม ตามลําดับ สวนในสภาวะเปยกมีคาแรงเฉือนเทากับ 7.98 9.28 และ 9.41 เมกะปาสคาล
2
ื
หรอ 81.4 94.6 และ 96.0 กก/ซม ตามลําดับ
่
5. แรงอัด โดยในสวนของปลองในสภาวะแหง ไผซางหมนมีคาแรงอัดทีสวนโคน สวนกลาง
2
ื
และสวนปลายเทากบ 52.6 54.0 และ 54.1 เมกะปาสคาล หรอ 537 550 และ 551 กก/ซม
ั
ั
ั
ํ
ตามลาดบ สวนในสภาวะเปยก มีคาแรงอัดในสวนโคน สวนกลาง และสวนปลายเทากบ 44.9 51.0
2
ื
และ 51.5 เมกะปาสคาล หรอ 458 521 และ 526 กก/ซม ตามลําดับ เปนที่นาสังเกตวา ในสวนตางๆ
็
่
ิ
้
้
ั
คาแรงอัดจะไมแตกตางกนมาก แตมีแนวโนมเพมขึนเลกนอยจากสวนโคนขึนมาสวนปลาย
ึ
ึ
6. แรงดึง โดยทําการศกษาในสวนของขอ (node) คาแรงดงในสภาวะแหงของไผซางหมน ใน
ื
ั
สวนโคน สวนกลาง และสวนปลายเทากบ 172 130 และ 125 เมกะปาสคาล หรอ 1,758 1,325 และ
2
1,271 กก/ซม ตามลําดับ ในสภาวะเปยกมีคาแรงดึงเทากับ 88.0 104 และ 125 เมกะปาสคาล หรือ
2
897 1,064 และ 1,275 กก/ซม ตามลําดับ คาแรงดึงจะมีคาใกลเคียงหรือสูงกวาคาแรงดัด (มอดุลัสแตกราว)
การทดสอบแรงดงในไผจะทดสอบในสวนของขอเทานน เนองจากในสวนปลองจะมีคาแรงดงทีสงมาก
ื
่
ึ
ึ
ู
ั
้
่
และการทดสอบอาจลมเหลวได
ั
ผลการศึกษาคาสกายสมบติ (Table 3)
ั
ั
1. การหดตว ไผซางหมนสวนโคน สวนกลาง และสวนปลาย มีการหดตวจากสภาวะสดจนถึง
ั
ั
ั
้
ี
ํ
็
สภาวะอบแหงในดานตางๆ ตามลาดบ ดงน การหดตวดานความหนาเทากบ 4.36 2.01 และ 3.18 เปอรเซนต
ั
ู
ั
็
การหดตวดานความยาวเทากบ 0.08 0.02 และ 0.03 เปอรเซนต การหดตวดานเสนผาศนยกลางภายนอก
ั
ั
็
ั
เทากบ 2.75 1.72 และ 1.55 เปอรเซนต และการหดตวดานปรมาตรเทากบ6.67 2.35 และ 4.59
ั
ั
ิ
็
่
เปอรเซนต เปนทีนาสงเกตวา สวนกลางของลาไผมีการหดตัวดานตางๆ นอยกวาสวนอืนๆ
ั
ํ
่
62

