Page 68 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 68
ั
ี
2.5-5.0 ซม. ดานบนหรือหลงใบสเขียวเขม ดานทองใบมีขนออน เสนกลางใบหนาใส เสนแขนงใบ มี
ั
ั
่
10-12 เสน ปลาย vein เปนเสนฝอย ขอบใบสากและคม กานใบสน ไมมีครีบใบ กระจงใบเห็นชดในกิง
ั
้
่
ออน ปลายแหลมขนสน กาบหุมใบเมือออนมีขนออนคลม พอแกไมมีขน ไผบงใหญเปนไผขนาดใหญ
ั
้
ุ
ั
ี
จึงใชประโยชนในการกอสรางบานเรือนชัวคราวไดด และยังใชประโยชนเปนเครืองจกสาน เครืองมือ
่
่
่
ิ
กสกรรม หรืออุตสาหกรรมได หนอใชเปนอาหารไดเชนกน
ั
ํ
ไผหมาจ มีชออื่นๆ ทีเรยกกนคือ ไผหวานอางขาง ไผซางดา ไผเขาควาย มีการกระจายพนธุ
ั
ี
ู
่
ื่
ั
ู
ื
ํ
ตามธรรมชาติทางตอนใตของจีนและตอนเหนือของพมา เปนพชเศรษฐกิจสาคัญของไตหวัน นํามาปลก
ั
ั
ในประเทศไทยครงแรกในป พ.ศ. 2529 ทีโครงการหลวงดอยอางขาง จงหวัดเชยงใหม ตอมามีการ
้
ี
่
่
ู
นาไปปลูกไดผลดีทัวประเทศ (ประเชญ, 2548) ไผหมาจมีลกษณะเหงาเปนกอ สง 15-25 เมตร ขนาด
ั
ํ
ิ
ู
เสนผาศนยกลาง 8-12 ซม. ลําสีเขียวสด ไมมีขน กาบขนาดกวางยาว 25-30 ซม. สนาตาลเขมเมือแก
ู
ํ
่
้
ี
มีขนแขงสดาปกคลมบางๆ กระจงสง 5 มม. หยกเปนฟนเลอย ใบรป oblong-lanceolate กวาง โคนใบ
ั
ื
ี
ู
ั
ํ
็
่
ุ
ู
ุ
ุ
ู
ั
้
รปกลม กานใบสน สวนบนไมมีขนแตขรขระ ขอบใบขรขระ ใบยาว 15-25 ซม. กวาง 3-8 ซม. เสนกลางใบ
ั
ื
เปนสนเดน เสนลายใบ 6-9 คู กาบใบเปนรองหรอแนวยาวๆ มีขนระหวางแนวยาว ไผหมาจูสามารถ
ํ
ั
นามาใชประโยชนเกือบทุกสวน หนอสามารถนามารบประทานได ทําเปนสวนผสมของกระเพาะปลา
ํ
ิ
่
ื
ํ
ํ
ทําหนอไมกระปอง ลาใชในงานกอสรางชวคราว เครองมือกสกรรม ทํากระถาง ใบนาไปใชทําไวนได
่
ั
ี่
กาบมีขนาดใหญสงออกไปญปุนผลิตเปนกลองโฟม (ประเชิญ, 2548)
ั
คุณสมบัติไม แบงไดเปนกลสมบัติ และสกายสมบติ
ํ
ุ
ิ
กลสมบัตไม หมายถึง คุณสมบัตของไมหรือวัตถใดๆ ทีมีตอน้าหนักหรือแรงภายนอก
่
ิ
ั
(external force) ทีมากระทํา ความสามารถในการตอตานหรือรับรองแรงหรือน้าหนักมากนอยตางกน
ํ
่
ู
ี
็
เรยกวา ความแขงแรง (strength) ความยากงายในการเสยรป เรยกวาความดื้อ (stiffness)
ี
ี
่
ี
ื
ิ
ี
้
ี
ั
ิ
ความสามารถรบพลังงานที่ทําใหไมเสยกําลังโดยสนเชงหรอทีระดับใดๆเรยกวาความเหนยว
็
ี
(toughness) และความตอตานตอการขีดขวนเจาะไช เรยกวาความแขง (hardness)
ในการทดสอบกลสมบัตของไมไผ จะมีการทดสอบแรงดดสถิต (static bending) แรงอัด
ั
ิ
(compression) แรงเฉือน (shearing) และแรงดึง (tension)
ุ
ั
การทดสอบแรงดัดสถิต คาตางๆ ที่ไดจากการดดคือ มอดลสแตกราว (modulus of rupture :
ั
ั
MOR) เปนคาสมประสทธิในการหัก หรือแรงประลยในการดัด ซึ่งเปนความเคนที่รับนําหนักสงสดในการ
้
ิ
์
ุ
ั
ู
ั
ํ
่
้
ู
ั
ี
ทดสอบแรงดด คานใชในการเปรยบเทียบความแขงแรงของไมชนิดตางๆ ความเคนทีขีดจากดคืนรป
็
ี
็
่
(stress at proportional limit : r) เปนคาความเคนทีเขตการไดสัดสวน คือ เปนความแขงแรงของวัตถที่
ุ
ุ
ื
สามารถรับน้าหนักในระดบนีตลอดไป มอดุลัสยดหยน (modulus of elasticity : MOE) หรอความแขงตง
็
ั
ึ
ื
ํ
้
เปนคาทีบอกความสามารถของไมในการตานทานการเสยรป (การโกง, การแอนตว) ตอแรงทีกระทํา
่
ี
่
ั
ู
ื
ึ
ื
้
์
ิ
เปนคาสมประสทธิของการยืดหยุน และชีความดอ หรอความแข็งตงของไม
ั
้
57

