Page 143 - นางสาวสิริพร สิทธิกิตติสกุล
P. 143
จากการศึกษาค้นคว้า และวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง พบว่า
นักศึกษามีทักษะ ในการพิมพ์ดีดเพิ่มมากขึ้น โดยการใช้แนวคิดหลักการในการสร้างแบบฝึกทักษะ ให้
เหมาะสมกับวัย คือ ไม่ง่ายและไม่ยากจนเกินไป และเรียงล าดับแบบฝึกทักษะการลงมือปฏิบัติจากง่ายไปหายาก
ท าให้ผู้เรียนมีทักษะการฝึกฝนดีขึ้นตามล าดับ
การด าเนินโครงการพัฒนาครูเรื่องการท าวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการพิมพ์สัมผัสของ
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิค
ระยอง แล้วท าการประเมินซึ่งผลการประเมินสอดคล้องกับแนวคิดและหลักการจัดท าวิจัยในชั้นเรียน ดังนี้
จากผลการประเมินความรู้ความเข้าใจเรื่อง การท าวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ฝึกทักษะการพิมพ์ดีด 1
นาที 3 นาที และ 5 นาที เพื่อวัดทักษะด้านการพิมพ์ดีดไทยของนักเรียน จ านวน 4 คน พบว่า ผล
การทดสอบ ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งหมด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะงานวิจัยในชั้นเรียน เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ในชั้นเรียน โดยครูเป็นผู้ด าเนินการแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่ง
สอดคล้องกับนางนันทา ตุ้มทอง (2553,ออนไลน์) ได้แก้ปัญหาผู้เรียนพิมพ์งานคอมพิวเตอร์ ไม่คล่อง โดยใช้
วิธีครูจัดสอนเสริมการพิมพ์ด้วยสื่อฝึกพิมพ์ดีดในช่วงพักกลางวัน เป็นเวลา 3 เดือน
โดยก าหนดครูก าหนดเกณฑ์การให้คะแนน เช่น พิมพ์ได้ 1 เรื่อง น ามาเสนอผ่านจะได้ 5 คะแนน น าคะแนนที่
ได้ไปประเมินตามสภาพจริงร่วมกับวิธีอื่น นักเรียนรู้จักการพิมพ์ด้วยระบบสัมผัสท าให้พิมพ์คล่องและรวดเร็ว
ยิ่งขึ้น
ผลการวิจัยพบว่า ท าให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีก าลังใจในการพิมพ์งาน ครูและผู้เรียนได้เกิดการ
เรียนรู้ร่วมกัน สอดคล้องกับ นางขนิษฐา จิตรอรุณ (บทคัดย่อ: ออนไลน์) วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษา
วิธีการสอนพิมพ์สัมผัสที่เหมาะสมกับนักเรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะการพิมพ์ของนักเรียน
ปวช . 1 กลุ่ม 1 จ านวน 5 คน วิทยาลัยพณิชยการธนบุรีจากการสังเกตพบว่า นักเรียนมักจะมีปัญหาใน
การพิมพ์ดีด คือ พิมพ์ดีดโดยวางนิ้วไม่สัมผัส คือวางนิ้วไม่ตรงกับแป้นที่จะต้องวางดูแป้นพิมพ์ หรือข้อความ
บนกระดาษที่ใส่ในเครื่องพิมพ์ สภาพดังกล่าวเกิดขึ้นกับนักเรียนจ านวน 5 คน ในชั้น ปวช . 1 กลุ่ม 1 ที่
เรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย 1 ซึ่งจากสภาพดังกล่าวท าให้นักเรียน ทั้ง 5 คน มีทักษะในการพิมพ์ดีดไทย 1 อยู่ใน
เกณฑ์ที่ไม่น่าพอใจท าให้เกิดการพิมพ์ผิดมาก ไม่สามารถพัฒนาความเร็วได้ตามเกณฑ์ที่ต้องการ ผู้วิจัยจึงได้เลือก
โปรแกรมการพัฒนาจิตใจ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
1) โปรแกรมการพัฒนาจิตใจ ประกอบด้วยขั้นตอนของการฝึกฝนตนเองให้จิตใจเกิดความสงบ
จิตใจปราศจากอคติ มีความอดทน สามารถรู้เท่าทันตนเอง รู้จักระงับความโกรธ และความโลภ
2) แบบสังเกตพฤติกรรมการพิมพ์ดีด
3) แบบฝึกหัดพิมพ์ ซึ่งผู้เรียนมีส่วนร่วมในการก าหนดแบบฝึกหัดพิมพ์ผลจากการวิจัย พบว่า
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย 1 นักเรียนทั้ง 5 คน ที่ผ่านโปรแกรม “การพัฒนาจิตใจ” สามารถ
พัฒนาทักษะการพิมพ์ได้ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาตั้งไว้จากงานวิจัยดังกล่าวข้างต้นมีผลต่อการพัฒนาด้านการ
เรียนรู้ของผู้เรียนให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาวิธีการสอนที่หลากหลาย และแก้ไขปัญหาผู้เรียนเฉพาะ
ด้าน ด้วยการท าวิจัยในชั้นเรียน
ข้อเสนอแนะ
ผลจากการท าวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ท าให้ครูสามารพัฒนาด้านการเรียนการสอน ดังนี้

