Page 564 - SRT RP_Final Report_221107
P. 564
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
• มาตรา 28 ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกี่ยวกับการเงินที่อยู่นอกเหนือจากที่
กำหนดตามมาตรา 13 (2) นายจงจะตองได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีกอนจึงจะ
ดำเนินการได้
• มาตรา 29 “ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจางซึ่งเป็นสมาชิก
สหภาพแรงงาน…”
• มาตรา 30 ในกรณีที่ไม่มการเจรจากันภายในกำหนดตามมาตรา 26 หรือมีการเจรจากัน
ี
แล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดให้ถือว่าได้มีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้น และให้ฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องแจ้งเป็น
หนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานทราบภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่พ้นกำหนดหรือนับแต่
เวลาที่ตกลงกันไม่ได้แล้วแต่กรณี
• มาตรา 31 เมื่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับแจ้งตามมาตรา 30 แล้ว ให้
้
ิ
พนักงานประนอมข้อพพาทแรงงานดำเนินการประนอมขอพิพาทภายในกำหนดสิบวันนับแต่วันที่พนักงานประนอม
ข้อพิพาทแรงงานได้รับหนังสือแจ้ง
ถามีการตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา 27 มาใชบังคับโดย
อนุโลม
ิ
ั
ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกนได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าข้อพพาทแรงงานนั้น
เป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ และให้ฝ่ายที่แจ้งข้อเรียกร้องนำข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ส่งให้
คณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้
เมื่อคณะกรรมการได้รับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ให้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด
ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อพิพาทแรงงานดังกล่าว
ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควร คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพอ
ื่
ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานดังกล่าวก่อนมีการวินิจฉัยชี้ขาดกได้
็
• มาตรา 32 คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้เป็นที่สุดฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องและฝ่าย
รับข้อเรียกร้องต้องปฏิบัติตาม แต่ถ้าเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดที่เกี่ยวกับการเงินที่อยู่นอกเหนือกำหนดตามมาตรา 13
(2) จะมีผลใช้บังคับได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วและให้คำวินิจฉัยชี้ขาดมีผลใช้บังคับได้เป็น
เวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดหรือได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
500

