Page 21 - ดนตรีพื้นบ้าน ภาคกลาง
P. 21
อีกทั้งยังเปนการใหเวลาสําหรับนักดนตรี ไดเตรียมความพรอมกอนท ี่
จะเริ่มประชันทั้งทางดานรางกายและจิตใจ หลังจากนั้นก็จะบรรเลงดวยเพลง
อัตรา 3 ชั้น เชน เพลงจรเขหางยาว เพลงสี่บท เพลงบุหลัน เพลงพมาหาทอน
ตอดวยเพลงเถา เพลงทยอย จนถึงการเดี่ยวเครื่องดนตรีประเภทตางๆ แลวจึง
จบดวยเพลงลา โดยรูปแบบของวงปพาทยที่ใชประชันนั้น นิยมใชวงปพาทยไม
แข็งเครื่องคู เพื่อใหแสดงออกถึงอัตลักษณในการบรรเลงเครื่องดนตรีแตละชนิด
อาทิ ระนาดเอกซึ่งมีการใชเทคนิค การเก็บ สะบัด สะเดาะ ขยี้ บรรเลงสอด
แทรกอยูในทวงทํานองของบทเพลงนั้นๆ โดยลีลาในการดําเนินทํานองจะอาศัย
เทคนิคการบรรเลงแบบ “คาบลูกคาบดอก” เปนหลักสําคัญ
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเปนยุคเฟองฟูมากของดนตรีไทย ดวยพระบาท
สมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวทรงโปรดใหเลิกพระราชก าหนดที่หามมีละครผ ู
หญิงนอกจากในวังหลวงซึ่งเปนจารีตเดิมตั้งแตในสมัยกรุงศรีอยุธยา ท าให วัง
เจานายขุนนางตางๆ มีวงปพาทยมากขึ้นและนิยมการประชันขันแขง ปรากฏ
หลักฐาน เมื่อคราวฉลองพระที่นั่ง อาภรภิโมกขปราสาท เมื่อเดือน 5 ขึ้น 1 ค า ป
มะโรง พ.ศ. 2539 วามีวงปพาทยเครื่องใหญเขามาบรรเลงถึง 13 วง ไดแก
ฃวงของพระบาทสมเด็จพระปนเกลาเจาอยูหัว วงของกรมหลวงวัชรินเทเวศร
วงของกรมหลวงสรรพศิลปะปรีชาวงของกรมหลวงสาธิราชสนิท วงของสมเด็จ
เจาฟูมหามาลา วงของกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส วงของหมอมเจาประเสริฐศักด ิ์
วงของสมเด็จเจาฟูาพระยาพิชัยญาติ วงของเจาพระยายมราช วงของพระยา
มนตรีสุริยะวงศ วงของพระยาเสนาภูเบศร วงของพระยาสุรินทรราชเสน
ี
วงของเจาหมื่นสรรเพธภักด ี

