Page 423 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 423

ิ
                                 ิ
                                                  ิ
                                ิ
                 ี
                                                                                           ็
                                                      ี
                                        ็
               มนัยส าคัญทางสถต ทั้งน้ ีเปนเพราะบรษัทมความสามารถในการท าก าไร แสดงให้เหนว่าบรษัทนั้นม     ี
                                                          ี
                                                          ่
                                                                               ิ
                                                            ี
                    ิ
                       ิ
                                                                                               ี
                                                                                           ิ
                                      ิ
                                                      ั
                                                  ิ
                                                                                         ี
                                                                            ิ
                                                                       ี
               ประสทธภาพในการด าเนนงานโดยใช้สนทรพย์ทมอยู่ได้อย่างมประสทธผล ท าให้มบรษัทมก าไรสะสม
                       ื
                       ่
                                                                  ุ
                    ึ
                                                                                                 ุ
                                     ิ
                                                                                     ื
                                                                           ิ
               เพิ่มข้นเรอยๆ ส่งผลให้บรษัทเกิดความต้องการในการขยายธรกิจให้เจรญเตบโตหรอเพิ่มการลงทนในธรกิจ
                                                                                                      ุ
                                                                               ิ
                                                                     ุ
                             ิ
               ใหม่ๆ ดังนั้นบรษัทจะจัดหาเงนทนจากภายในก่อนโดยใช้เงนทนของตนเองจากก าไรสะสมก่อน ถ้าแหล่ง
                                         ิ
                                            ุ
                                                                  ิ
               เงนทนภายในไม่เพียงพอ บรษัทจะจัดหาเงนทนจากแหล่งเงนทนภายนอกด้วยการก่อหน้สนหรอการเพิ่มทน
                                                      ุ
                                                                                                        ุ
                                                                    ุ
                 ิ
                                                                                         ี
                                                                                               ื
                                                   ิ
                                                                                           ิ
                                       ิ
                                                                 ิ
                    ุ
                 ่
                                                                                                      ี
                                                    ุ
                 ึ
                                ิ
               ซงสนับสนนแนวคดทฤษฎการจัดหาเงนทนตามล าดับขั้น (Pecking Order Theory) และแนวคดทฤษฎการ
                                       ี
                                                 ิ
                                                                                               ิ
                         ุ
                                                                            ึ
               พิจารณาต้นทนและผลประโยชนจากการก่อหน้ (Trade-off Theory) จงสะท้อนถงความสัมพันธเชงบวก
                                                                                     ึ
                                                                                                    ิ
                                                                                                   ์
                                                         ี
                                             ์
                           ุ
                                             ั
               ระหว่างอัตราผลตอบแทนต่อสนทรพย์รวมกับอัตราส่วนหน้สนต่อสนทรพย์รวม
                                         ิ
                                                                        ิ
                                                                   ิ
                                                                  ี
                                                                            ั
                       2. อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถอห้นมความสัมพันธกับอัตราส่วนหน้สนต่อสนทรพย์รวม (DA)
                                                                                              ั
                                                                    ์
                                                                                          ิ
                                                                                    ิ
                                                                                   ี
                                                     ุ
                                                  ื
                                                        ี
                                                                                                    ี
               ผลการวิจัยพบว่า อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถอห้น (ROE) มความสัมพันธกับอัตราส่วนหน้สนต่อ
                                                               ุ
                                                            ื
                                                                                     ์
                                                                                                     ิ
                                                                         ี
                                                                              ี
                 ิ
                                                                                              ิ
                                 ี
                                                    ี
                                                    ่
                                                  ี
                                                                ื
                                                                ่
                     ั
                                                                                          ์
                                               ิ
                                                 ิ
                                                  ่
               สนทรพย์รวมอย่างมนัยส าคัญทางสถตททระดับความเชอมั่น 95% โดยมความสัมพันธในทศทางตรงข้าม
                                                                       ื
                                                                                        ์
                                        ่
                                        ี
                                                                             ี
                                                                          ุ
                                                                                                        ิ
                                   ิ
                                                                                                       ี
                 ึ
                 ่
               ซงสอดคล้องกับสมมตฐานทตั้งไว้ว่าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถอห้นมความสัมพันธกับอัตราส่วนหน้สน
                                                                                                   ิ
                                                       ุ
               ต่อสนทรพย์รวม สอดคล้องกับงานวิจัยของ อไรวรรณ ตั้งสัมพันธ (2552) ทศกษาพบว่า ประสทธภาพใน
                   ิ
                                                                                 ่
                        ั
                                                                                                ิ
                                                                                 ี
                                                                                  ึ
                                                                        ์
                                    ี
                                         ิ
                            ็
                               ั
               การท าก าไรเปนปจจัยทมอทธพลสงสดและมความสัมพันธในทศทางตรงข้าม นอกจากน้ บวรวิช สายชล
                                                ุ
                                                       ี
                                                                      ิ
                                                                  ์
                                     ี
                                      ิ
                                             ู
                                                                                            ี
                                    ่
                                                 ิ
                              ี
                              ่
                                                                    ี
                                ึ
                                              ิ
                                                                                 ์
                                                                                                  ิ
               พิทักษ์ (2554) ทศกษาพบว่าประสทธภาพในการท าก าไรมความสัมพันธกับอัตราส่วนหน้       ีสนอย่างม ี
               นัยส าคัญทางสถต ในทศทางตรงกันข้าม เช่นเดยวกับงานวิจัยของ ศศธร เนองจ านงค์ (2556) ทศกษาพบว่า
                                                                          ิ
                                                                               ื
                                                        ี
                                                                               ่
                                                                                                ี
                             ิ
                                                                                                 ึ
                               ิ
                                                                                                ่
                                   ิ
                                                          ้
                                                                ุ
                                                                        ี
                                             ิ
                                                                                       ิ
                                                             ิ
                                         ี
                                                                                           ิ
               ความสามารถในการท าก าไรมอทธพลต่อโครงสรางเงนทนอย่างมนัยส าคัญทางสถตในทศทางตรงกันข้าม
                                           ิ
                                                                                      ิ
                                  ิ
                                                                                ิ
                   ี
                                                                                                    ึ
               ทั้งน้อาจเปนเพราะบรษัทมความสามารถในการท าก าไรได้ด จะส่งผลให้บรษัทมก าไรสะสมเพิ่มข้นอย่าง
                         ็
                                                                                     ี
                                       ี
                                                                   ี
                    ่
                                                              ื
                    ื
                                ิ
                                                                   ุ
                                                                                                     ิ
               ต่อเนองทกป เมอบรษัทต้องการขยายธรกิจให้เตบโตหรอลงทนในโครงการใหม่ๆ บรษัทจะพิจารณาเงนทน
                                                                                                        ุ
                                                                                       ิ
                             ่
                        ุ
                                                ุ
                                                        ิ
                          ี
                             ื
               จากก าไรสะสมซงเปนแหล่งเงนทนภายในก่อนเปนล าดับแรก ถ้าบรษัทมก าไรสะสมเพียงพอก็ไม่จ าเปนต้อง
                                ็
                                                         ็
                              ึ
                              ่
                                            ุ
                                                                        ิ
                                                                            ี
                                         ิ
                                                                                                    ็
                                                       ุ
                                                    ิ
               ก่อหน้จากแหล่งเงนทนภายนอก แต่หากเงนทนจากภายในไม่เพียงพอต่อความต้องการ บรษัทจงจะจัดหา
                               ิ
                                                                                             ิ
                                                                                                 ึ
                     ี
                                  ุ
                                                                           ึ
                                                                                                 ี
                                   ุ
                                                                           ่
                                                                        ุ
                                                                                    ุ
                 ิ
                                                        ี
                    ุ
                                                          ิ
                                ิ
               เงนทนจากแหล่งเงนทนภายนอกด้วยการก่อหน้สนหรอการเพิ่มทน ซงสนับสนนแนวคดทฤษฎการจัดหา
                                                                                          ิ
                                                              ื
                    ุ
                                                                               ิ
               เงนทนตามล าดับขั้น (Pecking Order Theory) จงสะท้อนถงความสัมพันธเชงลบระหว่างอัตราผลตอบแทน
                                                                             ์
                                                       ึ
                                                                 ึ
                 ิ
                               ุ
                            ื
                                                         ั
                                              ี
                                                ิ
                                                     ิ
               ต่อส่วนของผู้ถอห้นกับอัตราส่วนหน้สนต่อสนทรพย์รวม
                                                                         ี
                                                                                ิ
                                                                          ิ
                                            ิ
                                                          ์
                       3. สภาพคล่องทางการเงนมความสัมพันธกับอัตราส่วนหน้สนต่อสนทรพย์รวม (DA) ผลการวิจัย
                                              ี
                                                                                    ั
                                                                                              ั
               พบว่า ปจจัยด้านสภาพคล่องทางการเงน (LIQ) มความสัมพันธกับอัตราส่วนหน้สนต่อสนทรพย์รวมอย่างม   ี
                                                                                   ี
                                                                                    ิ
                                                                                          ิ
                                                                    ์
                      ั
                                                         ี
                                                ิ
                                                                          ์
                                  ี
                                                                                            ่
                                               ่
                                                                                            ึ
                                               ื
               นัยส าคัญทางสถตททระดับความเชอมั่น 95% โดยมความสัมพันธในทศทางตรงข้าม ซงสอดคล้องกับ
                              ิ
                                                             ี
                                                                              ิ
                                 ี
                                  ่
                               ิ
                                 ่
                                                                                          ั
               สมมตฐานทตั้งไว้ว่าสภาพคล่องทางการเงนมความสัมพันธกับอัตราส่วนหน้สนต่อสนทรพย์รวม สอดคล้อง
                          ี
                          ่
                     ิ
                                                                 ์
                                                  ิ
                                                                               ี
                                                     ี
                                                                                      ิ
                                                                                ิ
                                  ั
                                                                                                 ์
                                                        ึ
                                                                                 ิ
                                                       ่
                                                       ี
                                        ี
               กับงานวิจัยของ เนาวรตน ศรพนากุล (2556) ทศกษาพบว่า สภาพคล่องของบรษัทมความสัมพันธเชงลบกับ
                                     ์
                                                                                                   ิ
                                                                                      ี
                             ิ
               อัตราส่วนหน้สนต่อส่วนของผู้ถอห้นของบรษัทจดทะเบยนในตลาดหลักทรพย์แห่งประเทศไทย อย่างมี
                           ี
                                                                ี
                                                      ิ
                                           ื
                                              ุ
                                                                                 ั
                                                                                           ี
               นัยส าคัญทางสถต นอกจากน้ รทวรรณ อภโชตธนกุล (2557) ทศกษาพบว่า สภาพคล่องมความสัมพันธทาง
                                                                     ี
                                                                      ึ
                                                                                                      ์
                                                                     ่
                                        ี
                                                   ิ
                             ิ
                                                       ิ
                               ิ
                            ้
                               ิ
                                                                            ี
                                  ุ
                                                                                                    ุ
                                                                                                      ิ
               ลบกับโครงสรางเงนทนของวิสาหกิจขนาดกลางในประเทศไทย เช่นเดยวกับงานวิจัยของ ธนวันต์ มสกกุล
                                                            8
                                                           404
   418   419   420   421   422   423   424   425   426   427   428