Page 171 - สารนิพนธ์
P. 171
159
ี
ู
ู
ู
ื
ลกระนาด มจ านวน 21 ลก “ลกต้น” (อยู่ทางด้านซ้ายมอของผู้ต) มความยาวประมาณ 79
ี
ี
ิ
ี
ิ
เซนตเมตร กว้างประมาณ 5 เซนตเมตร และมความหนาประมาณ 1-5 เซนตเมตร ส่วนลกต่อมาก็ม ี
ิ
ู
ื
ู
ึ
ขนาดลดหลั่นกันลงไปจนถง “ลกยอด” (อยู่ด้านขวามอของผู้ต) มความยาวประมาณ 29 ซนตเมตร
ิ
ี
ี
ู
ิ
ู
โดยลกระนาดทั้งหมดจะถกน ามาเจาะรในส่วนหัวและส่วนท้ายข้างละ 2 ร เพือรอยเชอกให้ตดกันเปน
็
ู
ู
่
้
ื
่
ี
ื
่
ผืน แล้วแขวนกับตะขอเกียวเชอกระนาดทอยู่บนโขนทั้งสองข้าง
ี
ู
ี
ี
ทั้งน้ ลกระนาดของระนาดเอกจะท าด้วยไม้ไผ่บาง ถ้าต้องการเสยงทมความน่มนวลและ
ุ
่
ี
ื
ี
ิ
ไพเราะ แต่ถ้าต้องการเสยงทเกรยวกราน ลกระนาดจะท าด้วยไม้เน้อแก่น เช่น ไม้ชงชัน หรอไม้
ี
ู
ื
่
ี
มะค่า
ไม้ต การตระนาดเอกจะต้องใช้ไม้ต 2 อัน หรอ 1 ค่ ซงไม้ตแบ่งออกได้ 2 ชนด คอไม้
ี
ี
ึ
ี
ี
่
ิ
ื
ู
ื
ี
ี่
แข็งและไม้นวม โดย “ไม้แข็ง” จะพันผ้าไว้ทปลายของไม้ในส่วนทใช้ต รดด้วยด้ายหลายๆ รอบให้
ี
่
ั
ี
ื
ี
ี
ี
่
แน่น แล้วน าไปชบยางรกปล่อยท้งไว้ให้แห้งจนแข็ง เมอน ามาตจะท าให้ได้เสยงทดังเกรยวกราวมาก
ิ
ุ
ั
็
ั
ิ
่
ึ
ส่วน “ไม้นวม” เปนไม้ตทคดประดษฐ์ข้นมาในสมัยรชกาลท 5 ด้วยการใช้ผ้าพันแล้วถักด้ายสลับจน
ี
ี
ิ
ี
่
่
ี
ี
ุ
ุ
น่ม เมอน ามาตก็จะท าให้ได้เสยงทน่มนวล
ี
ื
ี
ื
่
ี
ุ
ี
่
หมายเหต - เมอน าระนาดเอกทใช้ไม้แข็งตผสมเข้ากับวงจะเรยกว่า “ปพาทย์ไม้นวม”
ี่
การตีระนาดเอก
ิ
ื
ี
ผู้ตต้องนั่งขัดสมาธหรอนั่งพับเพียบ จับไม้ด้วยมอทั้งสองข้าง ข้างละ 1 อัน โดยการคว ่ามอลง
ื
ื
ิ
่
ี
ิ
ี
ื
ี
ื
ใช้น้วมอกดลงบนด้านบนของไม้ต น้วหัวแม่มอประคองไม้ตอยู่ด้านล่างเพือกระชับไม้ตให้อยู่ในร่อง
กลางของหน้ามอตรงข้อพับ แล้วเร่มตค่ 8 ไปพรอมกันทั้งองมอ
ื
้
ู
ิ
ี
ื
ี
่
ี
ี
่
ื
่
็
โดยระนาดเอกจะท าหน้าทเปนเครองดนตรน าของวงปพาทย์ เพราะทั้งวงจะยึดแนวของ
ื
ี
็
ี
่
ระนาดเอกเปนหลัก ทั้งการเร่มเล่นเพลงหรอการเปลยนเพลง นอกจากน้ยังเปนเครองดนตรหลักใน
็
ี
่
ื
ิ
ึ
่
ี
การน าไปผสมกับวง เช่น วงปพาทย์เครองห้า วงปพาทย์เครองค่ วงปพาทย์ดกด าบรรพ์ วงปพาทย์
่
ี
ื
่
ี
่
่
ี
่
ู
ื
ี
่
มอญ วงปพาทย์นางหงส หรอแม้กระทั่งในวงมโหร ทั้งวงมโหรเครองเล็ก วงมโหรเครองค่ หรอวง
ื
ู
ื
่
์
ื
ี
ี
่
ื
ี
่
ี
ื
มโหรเครองใหญ่ ก็ใช้ระนาดเอกเปนหลักด้วยเช่นกัน
็

