Page 170 - สารนิพนธ์
P. 170

158





                                                                        ่
                                                                                                 ี
                                                                        ี
                                                                                        ี
                                                         ื
                                 ี
                   ด้วย   ส่วนไม้ตโกร่งจะใช้ซกไม้ไผ่แห้งหรอไม้เน้อแข็ง   ทน าไปเหลาให้เกล้ยงเกลา   มความยาว
                                            ี
                                                                ื
                                                               ี
                                                            ึ
                                                           ่
                                                   ็
                                                                                            ี
                                       ิ
                                                                                        ื
                                                                                       ี
                                                         ี
                                                                                                  ื
                                                                             ี
                                                                        ี
                                                                                    ั
                   ประมาณ  30 -40 เซนตเมตร มาท าเปนไม้ต   ซงผู้ตจะใช้ไม้ตอันเดยวส าหรบตมอเดยว   หรอใช้ไม้ต ี
                                                                                             ี
                                                        ี
                               ั
                                          ื
                                                                   ี
                                     ี
                                                                          ้
                   สองอันส าหรบการตสองมอก็ได้ นอกจากน้ยังสามารถตโกร่งพรอมๆ กันหลายคนได้อกด้วย   แต่ทั้งน้ ี
                                              ุ
                   จะต้องตให้ลงจังหวะพรอมกันทกคน
                                        ้
                          ี

                                                       ระนาดเอก

                                         ิ
                                                                                              ี
                                                    ี
                                                                               ั
                                                                     ั
                                                                         ื
                                ระนาดเอก  สันนษฐานกันว่ามวิวัฒนาการมาจากกรบ  คอน ากรบหลายๆ  อันมาเรยงกัน   แล้วต ี
                                                                                            ี
                                                            ึ
                                                                 ็
                                               ี
                                                                           ี
                                          ึ
                   ให้เกิดเสยง   หลังจากนั้นจงได้มการท าไม้รองข้นมาเปนรางวางเรยงกันไป  ต่อมาได้มการดัดแปลงให้
                           ี
                                  ี
                                                                                            ้
                        ั
                                                                                        ื
                   ไม้กรบมขนาดทแตกต่างกันและน าไปวางไว้บนรางเพือให้อ้มเสยงได้   แล้วใช้เชอกรอยไม้กรบขนาด
                                                                                                   ั
                                                                          ี
                                                                       ุ
                                  ่
                           ี
                                                                  ่
                   ต่างๆ  นั้นให้ตดกัน    และขงแขวนเอาไว้บนราง  ใช้ไม้ตท าให้เกิดเสยงทกังวาน   ทั้งยังมความไพเราะ
                                                                             ี
                                           ึ
                                                                                 ่
                                                                    ี
                                                                                               ี
                                ิ
                                                                                 ี
                   ไล่ระดับลดหลั่นกันไปตามความต้องการ   หลังจากนั้นได้มการคดประดษฐ์   แก้ไขปรบปรง  และ
                                                                                                    ุ
                                                                        ี
                                                                                   ิ
                                                                                                ั
                                                                             ิ
                                                                                     ี
                                                                                  ิ
                       ่
                                                          ี
                                  ื
                                                                                     ่
                                  ่
                       ี
                   เปลยนแปลงกันเรอยมา   จนกระทั่งมการใช้ข้ผึ้งกับตะกั่วผสมกัน   น ามาตดทส่วนหัวและส่วนท้ายของ
                                                   ี
                                                                                           ี
                                                                       ื
                   ไม้กรบ   เพือถ่วงเสยงให้เกิดความไพเราะมากยิ่งข้น    โดยเครองดนตรตามลักษณะทกล่าวมาทั้งหมดน้
                                                                                                          ี
                                                              ึ
                                                                               ี
                        ั
                                                                                           ่
                                                                       ่
                                    ี
                             ่
                   มชอเรยกกันโดยทั่วไปว่า   “ระนาด”
                      ่
                         ี
                      ื
                     ี
                               แต่ในระยะเวลาต่อมา   ได้มผู้คดประดษฐ์ระนาดอกชนดข้นมา  เรยกว่า  ระนาดท้ม   ซงเปน
                                                                          ิ
                                                                                   ี
                                                                                                 ุ
                                                                             ึ
                                                     ิ
                                                  ี
                                                                      ี
                                                                                                     ึ
                                                                                                        ็
                                                                                                     ่
                                                           ิ
                                           ุ
                              ี
                            ี
                                                                             ี่
                                                                                 ื่
                                  ุ
                                                                                                 ็
                                        ั
                           ี
                                                                     ิ
                           ่
                   ระนาดทมเสยงท้มและฟงน่มนวล   ท าให้ระนาดในแบบเดมต้องเปลยนชอจาก “ระนาด” เปน “ระนาด
                   เอก” นับแต่นั้นเปนต้นมา
                                  ็
                           ลักษณะของระนาดเอก
                   ลักษณะทั่วไปของระนาดเอก   จะมส่วนประกอบทส าคัญดังต่อไปน้  ี
                                                 ี
                                                              ี
                                                              ่
                                                                                                        ึ
                                                                         ื
                                                       ี
                   รางระนาด   ส่วนใหญ่ท ามาจากไม้สัก   มลักษณะคล้ายกับล าเรอ   โดยส่วนหัวและส่วนท้ายจะโค้งข้น
                                               ู
                                                     ่
                                                                                                     ี
                                          ี
                              ี
                           ุ
                                                     ี
                   เพื่อให้อ้มเสยงได้   และมฐานรปทรงสเหลยมคล้ายพานแว่นฟารองตรงส่วนโค้งตอนกลาง  เรยกว่า
                                                                          ้
                                                         ี
                                                         ่
                   “เท้า”
                                ื
                               โขน  คอแผ่นหัวทปดส่วนหัวและส่วนท้ายของรางระนาด   ซงมความยาวจากปลายโขนด้าน
                                           ิ
                                                                               ึ
                                                                               ่
                                          ี
                                                                                  ี
                                          ่
                                           ึ
                   หนงถงปลายโขนอกด้านหนงประมาณ  120 เซนตเมตร
                                                             ิ
                         ึ
                                           ่
                                   ี
                      ่
                      ึ
   165   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175