Page 17 - มหาจักรวรรดิมองโกล Great Mongol Empire
P. 17
Great Mongol Empire
แห่งราชวงศ์ฉินจึงได้ส่งกองทัพเข้าตอบโต้การรุกรานของอนารยชนเหล่า
ี
�
ั
น้ จนถอยร่นกลับเข้าไปยังใจกลางทุ่งหญ้ามองโกลได้สาเร็จ และจากน้น
ื
�
ื
ี
พระองค์ก็ทรงมีบัญชาให้สร้าง “กาแพงหม่นล้” ด้วยการเช่อมต่อแนว
กาแพงระหว่างแว่นแคว้นทางเหนือท่มีอยู่ก่อนแล้วเข้าด้วยกัน จนกลาย
�
ี
ื
เป็นแนวปราการตลอดแนวพรมแดนทางเหนอ ไปจรดแนวชายฝั่งทะเล
ด้านตะวันออกเพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกซยฺงหนู หากแต่แนวก�าแพง
ี
น้ก็หยุดยั้งการโจมตีและการปล้นชิงของกองทัพม้าเผ่าเร่ร่อนพวกน้ได้เพียง
ี
่
ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะเมื่อจักรวรรดิจีนมีการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ใหมขึ้น
มาเป็น “ราชวงศ์ฮั่น” (Han dynasty) แล้ว พวกซยฺงหนูยังคงหวนกลับมา
โจมตีแนวชายแดนทางเหนือของจีนอยู่ตลอดเวลา และด้วยแผนการทาศึก
�
ิ
ั
ั
เชิงต้งรับตามแนวชายแดนของราชวงศ์ฮ่นน้นก็ยังส้นเปลืองงบประมาณ
ั
ั
เป็นจานวนมหาศาล และไม่อาจจะหยุดย้งการรุกรานของพวกซยฺงหนูลงได้
�
อีกด้วย ราชส�านักฮั่นจึงได้เปลี่ยนแผนการท�าศึกตั้งรับเพียงอย่างเดียว มา
เป็นการส่งเคร่องบรรณาการไปเจริญสัมพันธไมตรี และเปิดตลาดทาการค้า
ื
�
ตามแนวชายแดน เพ่อหวังลดการโจมตีของชนเผ่าเร่ร่อนเหล่าน้ลงได้บ้าง
ื
ี
ี
แต่ด้วยผลจากการท่ราชสานักจีนเลือกท่จะใช้นโยบายประนีประนอมกับ
�
ี
�
ี
อนารยชนเหล่าน้มาโดยตลอด จึงทาให้ผู้นาของพวกซยฺงหนูประกาศตน
�
เป็น “ฉานหยี่ว์” (Chan yu/Shan yu - 單于) อันแปลว่า “มหาบุตรแห่ง
ื
ฟ้านิรันดร์” (Great Son of Eternal sky) เพ่อเป็นการประกาศบารม ี
ให้ทัดเทียมกับจักรพรรดิจีนที่มีสถานะเป็น “เทียนจื่อ” (Tiānzǐ - 天子)
หรือ “โอรสสวรรค์” นั่นเอง
จนกระท่งในยุครัชสมัยของจักรพรรดิฮ่นหวู่ต้ หรือ “ฮ่นบู๊เต้”
ั
ี
ั
ั
พระองค์ทรงยกเลิกนโยบายรักษาความสัมพันธ์กับอนารยชนเหล่าน้ มา
ี
�
�
ี
เป็นการทาศึกประจันหน้ากับกองกาลังผู้รุกรานเหล่าน้โดยตรง จนกลาย
ื
ี
มาเป็นสงครามท่ยืดเย้อยาวนานหลายทศวรรษท่จะกลายมาเป็นจุดเร่มต้น
ี
ิ
16

