Page 118 - Computer Network
P. 118

15.1. ความสัมพันธ์ของโมเดล OSI และอีเทอร์เน็ตมาตรฐาน                               109


























                                        รูปที่ 15.2: ความสัมพันธ์ของโมเดล OSI และอีเทอร์เน็ตมาตรฐาน
                                                                           book)

                          • Reliable connection­oriented service ใช้ในการส่งข้อมูลที่จำเป็นต้องมีการสร้างและยกเลิกการ
                            เชื่อมต่อ และการควบคุมความผิดพลาด ลำดับ และควบคุมการไหล (flow) ของข้อมูล การใช้ในลักษณะนี้
                            เหมาะสำหรับการส่งข้อมูลที่ไม่ใช้ Transport Layer เพื่อการส่งข้อมูล
                                                          (partial
                          • Acknowledged connectionless service การให้บริการส่งและตอบรับ (ACK)


                         โดยทั่วไปแล้ว การบริการทั้งสามแบบเป็นตัวเลือกให้กับผู้ใช้ในการซื้ออุปกรณ์ ซึ่งผู้ใช้สามารถที่จะซื้ออุปกรณ์
                      ที่สามารถให้บริการสองแบบ หรือ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับแอพพลิเคชัน การทำงานของ LLC ใน IEEE 802.3 จะใช้แบบ
                      Unacknowledged connectionless service โดยจะส่งแบบ Best-effort และ Connectionless ดังนั้นหากไม่มี
                                               only
                      การเกิดการชนกันของสัญญาณ จะไม่มีการส่งใหม่ของข้อมูล แม้ว่าจะเกิดการสูญหายหรือความผิดพลาดบนสาย
                      สัญญาณ เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับเลเยอร์ถัดไปของโพรโตคอลเลเยอร์ที่จะตรวจสอบและส่งข้อมูลใหม่

                                    KKU













                                                   รูปที่ 15.3: มาตรฐานของ IEEE-802





                      15.1.2 โพรโตคอล LLC [23]


                      ใน LLC ข้อมูลพื้นฐานในการส่ง เรียกว่า protocol data unit (PDU) ดังรูปที่ 15.4 ซึ่งแต่ละ PDU จะประกอบไป
                      ด้วย destination service access point (DSAP), source service access point (SSAP), Control field ขนาด
                      8 หรือ 16 บิต สุดท้ายเป็น Information field สามารถปรับขนาดได้ รวมทั้งสิ้นมีขนาด 46-1500 ไบต์ ในส่วนของ
                      DSAP และ SSAP มี 7 บิตแอดเดรส เพื่อใช้ในการระบุเครื่องของภาคส่งและภาครับ ในส่วนของ DSAP จะใช้บิตแรก
                      เพื่อระบุถึงชนิดของผู้ใช้เป็นแบบผู้ใช้เดียว (Individual, I) หรือเป็นกลุ่มผู้ใช้ (Group, G) โดยที่ในบิตแรกของ SSAP

                      แสดงถึงประเภทของเฟรมที่เป็นเฟรมคำสั่ง (Command, C) หรือเฟรมตอบสนอง (Response, R)
   113   114   115   116   117   118   119   120   121   122   123