Page 122 - Computer Network
P. 122

15.3. บริดจ์ (BRIDGE)                                                              113




















                                        รูปที่ 15.8: โครงสร้างการทำงานภายในของ Transparent Bridge



                         เนื่องจากจำนวนของข้อมูลที่อยู่ในตารางที่ใช้ในการส่งผ่านข้อมูล (forwarding table) มีขนาดใหญ่ และมี
                      โอกาสปรับเปลี่ยนตลอดเวลา บริดจ์จะสร้างตารางขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยบริดจ์จะตรวจสอบค่าของ MAC address
                                                                           book)
                      ต้นทางของเฟรมทุกเฟรมที่ส่งมา เมื่อบริดจ์ได้รับเฟรมบริดจ์จะเปรียบเทียบ MAC address ต้นทางกับตารางที่มีอยู่
                      หากไม่พบค่าที่ค้นหา บริดจ์จะเพิ่มค่าของ MAC address ต้นทาง พร้อมกับหมายเลขของพอร์ตที่ได้รับข้อมูลเข้า

                      มา หลังจากนั้นบริดจ์จะตรวจสอบค่า MAC address ปลายทางในตาราง หากพบบริดจ์จะส่งผ่านเฟรมไปยังพอร์ต
                      ที่ระบุไว้ในตาราง แต่หากพบว่าพอร์ตของต้นทางและปลายทางเป็นพอร์ตเดียวกัน บริดจ์จะกำจัดเฟรมทิ้ง โดยไม่มี
                                                          (partial
                      การส่งต่อข้อมูล และหากไม่พบค่าของปลายทางที่ส่ง บริดจ์จะส่งเฟรมออกไปทุกพอร์ต ยกเว้นพอร์ตที่รับเฟรมเข้า
                      มา รูปที่ 15.9 แสดงรูปการทำงานของดังกล่าว
                         นอกจากนี้ เพื่อลดขนาดของตารางที่ต้องค้นหา บริดจ์สามารถจำกัดเวลาของ MAC address ที่อยู่ในตารางได้
                      โดยมีการเพิ่มส่วนของการจับเวลาของแต่ละแอดเดรส เมื่อบริดจ์เพิ่มแอดเดรสลงไปในตาราง จะกำหนดระยะเวลา
                      ที่จะจัดเก็บแอดเดรสนั้นเข้าไปด้วย ซึ่งจะมีช่วงเวลาประมาณ 300 วินาที (สามารถปรับเปลี่ยนได้) ดังนั้นเมื่อค่าเวลา
                                               only
                      นี้มีค่าเป็นศูนย์ ค่าแอดเดรสนั้นจะถูกลบออกจากตารางไป
                         ข้อจำกัดหนึ่งของบริดจ์คือหากเฟรมที่มีค่าของแอดเดรสที่ไม่สมบูรณ์หรือค่าของปลายทางไม่ปรากฎ จะทำให้
                      เฟรมถูกส่งต่อไปอย่างไม่หยุด จนกระทั่งถูกส่งไปยังบริดจ์ที่ต่ออยู่ทั้งหมด การเกิดกรณีนี้เรียกว่า broadcast strom
                                    KKU
                      ทำให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง นอกจากนี้ โดยทั่วไปแล้วบริดจ์ไม่สามารถที่จะใช้ใน LAN ที่มีเส้นทางซํ้าๆกัน
                      (redundant paths) เนื่องจากอาจทำให้เกิด broadcast storm ขึ้น เมื่อมีเส้นที่สามารถใช้งานได้หลายเส้นทาง


                      ตัวอย่าง 15.1 รูปที่ 15.10 แสดงตัวอย่างทำงานของ Transparent bridge สมมุติว่าที่เวลาเริ่มต้นตารางของบริดจ์
                      ว่าง มีการเชื่อมต่อในรูป 15.10(a) จากนั้นเมื่อมีสเตชั่น A ส่งข้อมูล บริดจ์จะเก็บค่าของ MAC address กับ
                      พอร์ต (พอร์ต 1) ที่ได้รับเฟรมนั้นลงในตาราง (15.10(b)) เนื่องจากแอดเดรสของปลายทางไม่อยู่ในตาราง บริดจ์จะ
                      ส่งเฟรมออกไปยังทุกพอร์ต (15.10(c)) จากนั้นเมื่อสเตชั่น C ได้รับเฟรมและพบว่ามี MAC address เหมือนของตน
                      สเตชั่น C ตอบกลับไปสเตชั่น A ทำให้บริดจ์บันทึก MAC address พร้อมพอร์ตที่ได้รับเฟรมของสเตชั่น C (พอร์ต 3)

                      ลงในตาราง สุดท้ายจะได้ตารางของบริดจ์ดังแสดงในรูปที่ 15.10(d)
   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127