Page 121 - Computer Network
P. 121
112 บทที่ 15. อีเทอร์เน็ต (ETHERNET)
• Frame check sequence (FCS): เป็นส่วนที่ใช้เพื่อตรวจสอบความผิดพลาดของเฟรม สำหรับอีเทอร์เน็ต
จะใช้ CRC ขนาด 32 บิต โดยที่จะตรวจสอบทั้งหมด ยกเว้นส่วนของ preamble SFD และส่วนของ FCS
เอง เมื่อปลายทางได้รับเฟรม จะตรวจสอบเฟรมที่ได้รับ หากมีการตรวจสอบว่ามีความผิดพลาดขึ้น เฟรมที่
รับได้จะถูกกำจัดออก และจะไม่ส่งผ่านไปยัง Network Layer
15.3 บริดจ์ (Bridge)
บริดจ์ถูกนำมาใช้และเป็นที่แพร่หลายในช่วงปีค.ศ. 1980-1990 เพื่อที่จะเชื่อมต่อระหว่าง LAN เข้าด้วยกัน แต่ใน
ปัจจุบันสวิตช์ได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า มีจำนวนพอร์ตที่มากกว่า ราคาต่อพอร์ตที่
ตํ่ากว่า และ ง่ายต่อการใช้งาน เมื่อเปรียบเทียบกับบริดจ์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฟังก์ชันส่วนใหญ่ของสวิตซ์พัฒนา
มาจากบริดจ์ ดังนั้นจะได้กล่าวถึงหลักการทำงานของบริดจ์ และข้อจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับสวิตซ์
book)
บริดจ์ทำงานใน Data Link Layer เพื่อควบคุมการถ่ายโอนของข้อมูล การตรวจสอบข้อผิดพลาด กำหนด
แอดเดรสของอุปกรณ์ และการส่งข้อมูลลงไปยังตัวกลางที่ใช้ในการส่งข้อมูล โดยพื้นฐานการทำงานของบริดจ์ คือ
การส่งผ่านข้อมูล (forwarding) การกรองข้อมูล (filtering) และการเรียนรู้ (Learning)
(partial
การเรียนรู้ (Learning) การเรียนรู้ของบริดจ์ทำให้บริดจ์ทราบว่าอุปกรณ์ใดต่อ ณ จุดใด โดยบริดจ์จะใช้ข้อมูลนี้
ในการส่งเฟรมไปยังอุปกรณ์นั้นได้อย่างฉลาด เมื่อบริดจ์ได้รับเฟรม บริดจ์จะอ่านค่าของ MAC แอดเดรส
ของต้นทาง แล้วเปรียบเทียบกับตารางที่มีอยู่ เรียกว่า Port address table หากแอดเดรสที่ได้รับเป็น
แอดเดรสที่ไม่มีในตาราง บริดจ์จะเพิ่มค่าของแอดเดรสและหมายเลขของพอร์ตเข้ายังตาราง หากบริดจ์พบ
ว่ามีแอดเดรสอยู่แล้ว บริดจ์จะตั้งเวลาใหม่ โดยข้อมูลที่เพิ่มเข้าไปจะอยู่ตราบเท่าที่มีการใช้งานของพอร์ต
only
หากมีการเก็บอยู่ในตารางนานเกินไป ค่าที่เก็บไว้อาจถูกแทนที่ด้วยข้อมูลใหม่
การส่งผ่านข้อมูล (Forwarding) หมายถึงการที่บริดจ์ส่งผ่านเฟรมไปยังปลายทาง เป็นการส่งที่ง่าย โดยตรวจ
สอบจาก MAC แอดเดรสของข้อมูลเพื่อตัดสินใจ โดยอาศัยข้อมูลของตารางของบริดจ์ (bridge table) ที่
KKU
สร้างขึ้นจากการเรียนรู้ของบริดจ์ แล้วส่งไปยังปลายทางที่ต้องการ หากพบว่ามีปลายทางของเครื่องรับอยู่ใน
พอร์ตเดียวกัน บริดจ์จะไม่ส่งข้อมูลต่อ แต่หากไม่พบว่ามีข้อมูลของปลายทางที่จะส่งอยู่ภายในบริดจ์ บริดจ์
จะส่งออกไปยังทุกพอร์ต (flooding)
การกรองข้อมูล (Filtering) เป็นการกำจัดเฟรมที่ไม่จำเป็นออกไป บริดจ์สามารถที่จะตั้งเงื่อนไขที่จะกำจัดเฟรม
ที่ไม่ต้องการออกไป โดยที่สามารถดูได้จากส่วนหัวของเฟรมที่ถูกส่งเข้ามา นอกจากนั้นการทำงานในส่วนนี้
ยังช่วยกำจัดข้อมูลบรอดคาสท์และมัลติคาสท์ที่ไม่จำเป็นต้องส่งต่อไปยังบางกลุ่มของผู้ใช้ได้
15.3.1 Transparent Bridges
Transparent bridges เป็นบริดจ์ที่ง่ายที่สุดเพื่อใช้เชื่อม LAN เข้าด้วยกัน การทำงานบริดจ์นี้ จะเริ่มจากอ่านข้อมูล
ของแอดเดรสต้นทางจากเฟรมที่ถูกส่ง โดยแสดงในรูปที่ 15.8 แสดงโครงสร้างการทำงานภายในของ Transparent
Bridge โดยที่บริดจ์จะใช้ส่วนของการเรียนรู้ (learning logic) สร้าง forwarding table จากเน็ตเวิร์คในตารางดัง
กล่าวจะบันทึกค่าของ MAC address และพอร์ตคู่กัน เพื่อใช้ในการพิจารณาในการส่งต่อเฟรมที่ได้รับ forwarding
table ที่สร้างขึ้น สามารถบันทึกการจับคู่จำนวนมากได้ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อ LAN จำนวนมาก และยังสามารถที่
จะเก็บค่าของแอดเดรสของฮอปถัดไปได้ โดยที่บริดจ์จะอ่านค่าแอดเดรสปลายทางจากเฟรมที่รับเข้ามา แล้วใช้การ
ทำงานในส่วนของการส่งต่อ (forwarding logic) เพื่อพิจารณาว่าบริดจ์ที่จะส่งไปนั้นเป็นบริดจ์ที่อยู่บนตัวเดียวกัน
(local) หรือเป็นบริดจ์ที่อยู่ระยะไกล (remote)

