Page 95 - Computer Network
P. 95
86 บทที่ 12. การควบคุมความผิดพลาด
book)
รูปที่ 12.4: การทำงานของ Selective Repeat Protocol
(partial
จะเห็นว่า selective repeat ARQ ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามภาครับและภาคส่งอาจต้องใช้บัฟเฟอร์
จำนวนมาก เพื่อเก็บเฟรมที่ได้รับก่อนที่จะส่งไปเลเยอร์ถัดไป
12.3 Go-Back-N ARQ
จุดประสงค์ของgo-back-NARQจะคล้ายกับ
only selectiverepeatARQคือการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ช่องสัญญาณ
ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เทียบกับการทำงานใน stop-and-wait ARQ ในการทำงานของ go-back-N ARQ ภาค
รับจะไม่เก็บเฟรมทั้งหมดไว้ โดยจะรอรับเฟรมที่มาตามลำดับเท่านั้น หากเฟรมที่ได้รับไม่มาตามลำดับที่ภาครับ
KKU
ต้องการ ภาครับจะกำจัดเฟรมทิ้งไป และรอจนกระทั่งเฟรมที่ต้องการมาถึง แต่ภาคส่งจะเก็บเฟรมทั้งหมดไว้รอ
จนได้รับ ACK จึงจะกำจัดเฟรมทั้งหมดทิ้งไป ในการทำงานของ go-back-N หากไม่ได้รับการตอบ ACK ในเวลา
ที่กำหนด เฟรมตั้งแต่หมายเลขที่สูญหายจะถูกส่งออกไปทั้งหมด แตกต่างจากการทำงานของ selective-repeat
ARQ ซึ่งจะส่งเฉพาะเฟรมที่เกิดการสูญหายเท่านั้น รูปที่ 12.5 แสดงการทำงานของ go-back-N ARQ
จะเห็นได้ว่า go-back-N ARQ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน เมื่อเทียบกับในกรณีของ stop-and-wait
ARQ แต่อย่างไรก็ตาม go-back-N มีประสิทธิภาพด้อยกว่า seletive repeat ARQ และประสิทธิภาพในการส่งแบบ
full-duplex จะได้
1
η = (12.7)
FD p
1 + ( )W
1−p
ตัวอย่าง 12.1 พิจารณาระบบ WLAN ที่มีเวลาหน่วงของการแพร่กระจายอยู่ที่ 4 ไมโครวินาที (μs) โดย WLAN
ทำงานที่อัตราเร็ว 10 Mbps ที่ขนาดของข้อมูลที่ส่งกับขนาดของ ACK อยู่ที่ 400 และ 20 บิตตามลำดับ เวลาที่ใช้
ในการประมวลผลของข้อมูลและ ACK อยู่ที่ 1 ไมโครวินาที (μs) ให้ความน่าจะเป็นที่เฟรม จะเกิดการสูญหายอยู่ที่
0.01 จงหาค่าประสิทธิภาพของโพรโตคอล
1. Stop-and-wait (full duplex)
2. Selective Repeat Protocol มี Window size (W) = 8
3. Go-Back-N มี Window size (W) = 8

