Page 170 - แผนการจัดการเรียนการสอนวิทย์พื้นฐาน ม.2
P. 170
168
– ถ้าประชากรซึ่งเป็นเยาวชนของประเทศติดสารเสพติดเป็นจ านวนมากจะมีผลกระทบต่อประเทศในลักษณะ
ั
่
ิ
ุ
ุ
ี่
ใด (แนวคาตอบ ทาให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและอุบัตเหตตางๆ เป็นภาระของสงคม ประเทศขาดบุคลากรทมีคณภาพ
ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต)
ิ
ั
้
– นักเรียนมีวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพตดทเกิดขึ้นกับเยาวชนของชาติไดในลกษณะใด (แนวคาตอบ
ี่
ั
ี่
ั้
้
่
ิ
้
ั
จัดกิจกรรมทช่วยป้องกันแก้ไขปญหาสารเสพตด ไดแก่ 1. การจดตงชมรมกีฬาตานสารเสพติด โดยการจัดการแขงขันกีฬา
้
ึ
ขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2. จัดการเดนรณรงค์ต้านสารเสพติดในทองถิ่นทก ๆ ปี 3. จดสารวัตรนักเรียนทั้งในและนอกสถานศกษา
ุ
ั
ิ
เพื่อตรวจตราเอาผิดกับเยาวชนผู้ติดสารเสพติดอย่างจริงจัง)
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า สารเสพติดเป็นสิ่งที่เสพ
ิ
เข้าไปแล้วท าให้เกิดความต้องการทจะเสพเพิ่มมากขึ้น และผลจากการเสพจะให้โทษแก่ร่างกาย ซึ่งสารเสพติดทแพร่ระบาด
ี่
ี่
อยู่ในปัจจุบันมีหลายชนิด
4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
้
้
ิ
้
(1) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารเสพตดให้นักเรียนเขาใจว่า สารเสพติดเมื่อเขาสู่ร่างกายในเวลาติดต่อกันแลว จะ
ิ
สามารถออกฤทธิ์และส่งผลตอระบบอวัยวะตางๆ ในร่างกาย และยังสงผลไปถึงสภาพจิตใจและพฤตกรรมการแสดงออกท ี่
่
่
่
เปลี่ยนไปจากปกติด้วย
สารเสพตดมีหลายประเภท สามารถแบ่งตามลักษณะการออกฤทธิ์ได คือ สารเสพตดชนิดกดประสาท สารเสพตด
ิ
ิ
้
ิ
ชนิดกระตุ้นประสาท สารเสพติดชนิดหลอนประสาท และสารเสพติดชนิดออกฤทธิ์ผสมกัน
ื่
(2) ครูเชอมโยงความรู้เข้ากับบูรณาการอาเซียน โดยครูอธิบายเกี่ยวกับวันต่อต้านสารเสพติดโลกว่า วันต่อต้านสาร
เสพติดโลกตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี โดยในประเทศไทยมีการตั้งค าขวัญเพื่อรณรงค์การต่อต้านสารเสพติดทุกปี
ิ
ั
้
การก าจัดสารเสพติดต้องใช้ความร่วมมือกับต่างประเทศดวย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการก าจดสารเสพตด โดย
ู้
ความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนเน้นใน 4 จด คอ ไม่ให้มีผเข้าไปเกี่ยวข้องกับสารเสพตด ป้องกันพื้นที่ปัจจยเสยง
ุ
ื
ี่
ิ
ั
ป้องกันพฤติกรรมซ้ า และป้องกันชุมชน
(3) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน เล่นเกมหาคู่ แล้วให้แต่ละกลุ่มจับคชนิดของสารเสพติดและลักษณะการออก
ู่
ฤทธิ์ให้ถูกต้อง กลุ่มใดได้คะแนนมากกว่าเป็นฝ่ายชนะ
5) ขั้นประเมิน (Evaluation)
ี่
ุ
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อทเรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจดใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจหรือยัง
มีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหนเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และการน าความรู้ท ี่
็
ได้ไปใช้ประโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบค าถาม เช่น
– นักเรียนมีวิธีดูแลรักษาระบบประสาทให้ทางานเปนปกติไดอย่างไร (แนวค าตอบ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตท ี่
ุ
้
็
่
ื
ี
ี่
ี่
้
ิ
กระทบกระเทอนตออวัยวะในระบบประสาท หลกเลยงการใชสารเสพตด หลกเลยงภาวะเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ออก
ี
ก าลังกายสม่ าเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์)
ี่
– นักเรียนสามารถหลีกเลยงสิ่งที่จะทาให้การท างานของระบบประสาทมีประสิทธิภาพลดลงไดอย่างไร (แนว
้
ค าตอบ ไม่เสพสารเสพติดทุกชนิด)

