Page 139 - จรัมบุญ
P. 139
ี
�
ี
ี
ั
ธรรมะคือหน้าท่ ใครมีหน้าท่อย่างไร ทาหน้าท่น้นให้มันสมบูรณ์
อย่างที่กล่าวว่า เป็นพ่อที่แท้ เป็นแม่ที่ถูก เป็นลูกที่ดี เป็นสามีที่น่า
เสน่หา เป็นภรรยาศรีเรือน เป็นเพื่อนกัลยาณมิตร เป็นศิษย์วิชาการ
เป็นอาจารย์ที่น่าบูชา เป็นผู้บังคับบัญชาที่น่ายกย่อง และเป็นลูกน้อง
ี
ี
ท่ซ่อสัตย์ น่คือสัมพันธภาพ หรือสังคมวิทยาท่เราจะต้องสัมพันธ์กัน
ี
ื
ื
ี
�
ั
�
ในสังคม ทาหน้าท่ให้มีคาว่าสัมมาๆ ถูกต้องๆ ตลอดเวลา ต้งแต่ต่นนอน
�
ี
ตอนเช้าเลยทีเดียว ลุกจากท่นอนก็มีสติสัมปชัญญะ จะทาอะไร
ื
จะลุก จะยืน จะเดิน จะน่ง จะนอน จะกิน จะด่ม จะพูด จะคิด
ั
ให้มีความคาว่าสัมมา ถูกต้อง เรามักจะแปลกันว่าโดยชอบ เช่น
�
�
สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ สัมมาสังกัปปะ ดาริชอบ ความจริงคาว่า สัมมา
�
�
นอกจากจะแปลว่าชอบแล้วยังแปลว่าถูกต้อง ให้มีคาว่าถูกต้องๆ
อยู่ตลอดเวลา พูดก็ถูกต้อง ท�างานก็ถูกต้องตั้งแต่เช้าจนกระทั่งกลับ
ี
ู
มาตอนเย็นท่บ้าน ก็ให้มีความถูกต้องตลอดเวลา เรานึกดู ตรวจสอบด
แต่ละวันๆ ว่าพฤติกรรมของเราเป็นความถูกต้องตลอด สามารถ
ยกมือไหว้ตัวเองได้ ไม่จ�าเป็นต้องไปไหว้พระที่ไหน นี่คือผู้ที่ด�ารงชีวิต
แบบธัมมชีวิโน ท�าหน้าที่โดยถูกต้องในทุกกรณี
และการประการสุดท้าย อปฺปมตฺตสฺส อปฺปมตฺตสฺส ไม่ได้
�
้
ี
แปลว่าไม่ประมาท ถ้าแปลว่าไม่ประมาทก็คือมีสติ ก็จะไปซากับข้อท่ว่า
สตีมโต อปฺปมตฺตสฺส แปลว่า แปลได้สองนัยยะ นัยยะแรกแปลว่า
ไม่เห็นว่าเล็กว่าน้อย อปฺป น้อย มตฺต สักว่าเล็กน้อย อย่าเห็นว่า
เล็กว่าน้อยในทุกเรื่อง ไอ้ค�าว่าไม่เป็นไรๆ นี่ เราชอบพูดกัน แต่สักวัน
ี
ึ
ึ
หน่งมันกลายเป็นเล็นข้นมา มันจะแก้ยาก อย่างเช่นผู้ท่เข้ามาอาศัย
ในแผ่นดินของเรา หนีหนาวหนีร้อนมาพ่งเย็น คนไทยชาวพุทธไทย
ึ
เราก็โอบอ้อมอารี ให้ท่อยู่ท่อาศัยกันแดดกันฝน แต่นานวันเข้า
ี
ี
113
จรัมบุญ

