Page 252 - EPREP book
P. 252
นอกจากนี้หน่วยบริการ PrEP ภายใต้โรงพยาบาลรัฐบาลยังมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาการเปิดทำการซึ่ง
มักเป็นเวลาราชการทำให้ไม่สะดวกสำหรับผู้รับบริการที่ทำงาน ดังนั้นการทำงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลและ
KPLHS ในพื้นที่ และการเพิ่มหน่วยบริการ PrEP ในประเทศโดยเฉพาะในจังหวัดที่ยังไม่มีหน่วยให้บริการน่าจะ
สามารถเพิ่มการเข้าถึงการบริการมากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ให้บริการ PrEP ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการจัดบริการ
PrEP ควรมีการดำเนินงานที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่มีความพร้อม และไม่เห็นด้วยกับการให้บริการ PrEP
ที่ร้านขายยาโดยมีความกังวลในเรื่องการให้คำปรึกษา ความเป็นส่วนตัว ตลอดจนการติดตามผลทาง
ห้องปฎิบัติการสำหรับผู้รับบริการ
ในการให้สนับสนุน PrEP เฉพาะในกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยและ
มองว่าควรให้สิทธิ์กับทุกคนที่ขอรับบริการ PrEP เนื่องจากการที่ผู้ที่ประเมินแล้วมีความเสี่ยงต่ำจะต้องจ่ายค่ายา
PrEP เองอาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงยา และผู้รับบริการบางรายอาจไม่ได้ให้ข้อมูลความเสี่ยงที่แท้จริงเนื่องจาก
กลัวการถูกตีตราในสังคม:
“คิดว่าทุกคนสมควรกิน มีความเสี่ยง ไม่รู้จะเอาใครออก”
หน่วยบริการทุกประเภทมีจุดอ่อนในการเข้าถึงผู้ใช้ยาเสพติดซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่เข้าถึงได้ยากและ
ซับซ้อน ทั้งยังขาดความตระหนักในการใช้ยา PrEP เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเมื่อเทียบกับประชากรกลุ่มอื่น
และไม่ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเนื่องจากมีปัญหาทางด้านอื่น ๆ รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย ความ
ปลอดภัย การถูกตีตราที่มากกว่ากลุ่มประชากรอื่น การเพิ่มการเข้าถึงของยา PrEP ในประชากรกลุ่มดังกล่าวจึงมี
ความซับซ้อนและต้องการการดูแลมากกว่าการจัดบริการ PrEP ทั่วไป ดังนั้นควรมีรูปแบบการให้บริการที่
เหมาะสมในการทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมและคลินิกการลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด (harm
reduction) ในโรงพยาบาลในการเข้าถึงกลุ่มประชากรดังกล่าว การให้บริการยา PrEP ในสถานที่เดียวกับการ
ให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้ใช้สารเสพติด เช่น คลินิก methadone อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการเพมโอกาส
ิ่
การเข้าถึงมากกว่าการที่ผู้ใช้ยาเสพติดต้องเดินทางไปรับบริการยา PrEP ที่หน่วยให้บริการ [14]
รูปแบบในการจัดให้บริการ PrEP ควรให้ความสำคัญถึงความต้องการของผู้รับบริการ และเข้าใจปัญหา
อุปสรรคสำคัญในการเข้าถึง PrEP รวมถึงความคงอยู่ในระบบบริการ การจัดบริการควรคำนึงถึงบริบทของ
ประชากรกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงง่าย และมีบริการที่เป็นมิตร รูปแบบการให้บริการอาจเป็นที่โรงพยาบาล องค์กร
ภาคประชาสังคมขนาดใหญ่ (KPLHS) หรือสถานที่อื่นในชุมชน เช่น ร้านขายยาที่ผ่านการอบรมและมีพร้อม ผู้
ให้บริการอาจเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ให้คำปรึกษาที่ผ่านการอบรมกรณีที่รับบริการที่ KPLHS ที่มีการ
ทำงานร่วมกันในการให้บริการและส่งต่อผู้รับบริการ และมีช่องทางการให้บริการที่คำนึงถึงความต้องการของ
ผู้รับบริการเป็นหลัก [รูปที่ 4.14] โดยควรคำนึงถึง 3 องค์ประกอบ (3P’s) สำคัญ ได้แก่ ผู้รับบริการ (potential
PrEP users), ผู้ให้บริการ (providers) และผู้กำหนดนโยบาย (policy makers) [16] ตลอดจนควรมีการขยาย
รายงานการประเมินผลการดำเนินงาน PrEP ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์สปสช. ปีงบประมาณ 2563 [189]

