Page 257 - EPREP book
P. 257

บทที่ 4


                                         สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ


                       ในการวิจัยประเมินผลการจัดบริการ PrEP ครั้งนี้ สามารถสรุปผลการวิจัยทั้งในด้านผู้รับบริการและผู้
               จัดบริการ รวมไปถึงข้อค้นพบที่ส าคัญ ๆ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการจัดบริการ PrEP ได้ดังต่อไปนี้


               PrEP Cascade (การวิเคราะห์ข้อมูลผู้รับบริการ PrEP จากฐานข้อมูลโปรแกรม NAP)

                       ในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูล PrEP cascade ในปีงบประมาณ 2563 จากฐานข้อมูล National
               AIDS Program (NAP plus) พบว่ามีการลงข้อมูลของผู้รับบริการ PrEP counseling หรือ การให้ค าปรึกษา
               แนะน าบริการยา PrEP และมีการลงทะเบียนจ านวนผู้รับบริการที่ได้รับการเสนอ PrEP (PrEP Offer) น้อยมาก

               หน่วยบริการส่วนใหญ่จะไม่ลงข้อมูลของผู้ที่ให้ค าปรึกษาแนะน าบริการ PrEP แล้วไม่สนใจพร้อมระบุเหตุผล
               ลงในโปรแกรม NAP แต่หน่วยบริการส่วนใหญ่จะเลือกลงทะเบียนเฉพาะรายที่แสดงความสนใจและน าไปสู่การ
               ลงทะเบียนออกเลข PrEP ในขั้นตอนต่อไป จากระบบฐานข้อมูลในโปรแกรม NAP พบว่า มีผู้รับบริการที่มีการ

               ลงทะเบียนสนใจ PrEP 1,285 ราย และมีการจ่ายยา PrEP จริงให้แก่ผู้รับบริการจ านวน 1,221 ราย (95.0 %)
               จากหน่วยบริการประเภทโรงพยาบาล และ โรงพยาบาลร่วมกับ CBO  ในส่วนหน่วยบริการ KPLHS จะไม่มี
               ข้อมูลส่วนนี้ในโปรแกรม NAP เนื่องจากหน่วยบริการ KPLHS จะลงข้อมูลแยกต่างหากในโปรแกรมเฉพาะของ
               ทางศูนย์วิจัยโรคเอดส์สภากาชาดไทยที่เป็นองค์กรรับผิดชอบดูแลหน่วยงาน CBOs ได้แก่ SWING และ RSAT
               และทางศูนย์วิจัยโรคเอดส์สภากาชาดไทยจะดึงข้อมูลผู้รับบริการ PrEP เฉพาะส่วนที่รับการสนับสนุนงบจาก

               สปสช มาให้ทาง สปสช. เพื่อโอนเชื่อมต่อข้อมูลเข้าไปรวมอยู่ในโปรแกรม NAP เป็นระยะประมาณทุกต้นเดือน
               ท าให้ไม่สามารถวิเคราะห์  PrEP initiation cascade ของข้อมูลการจัดบริการ PrEP ภายใต้ สปสช ปี 2563
               โดยรวมได้ จึงได้ท าการแยกวิเคราะห์ PrEP initiation cascade ในส่วนของโรงพยาบาล (รูปแบบ

               โรงพยาบาล , โรงพยาบาลร่วมกับCBO) แยกออกจากหน่วยบริการแบบ KPLHS
                       ในส่วนของ PrEP Retention Cascade พบว่า ในข่วงการติดตาม 1 เดือน และ 3 เดือนแรกของการ
               กินยา PrEP ทั้ง 3 รูปแบบบริการมีข้อมูลการคงอยู่การกินยา PrEP (PrEP Retention) ไม่แตกต่างกัน ในช่วง
               1 เดือนหลังจากการรับยา PrEP อยู่ที่ 99% โดยเฉลี่ย การติดตามช่วง 3 เดือน พบว่า PrEP Retention เฉลี่ย

               อยู่ที่ 62.56% ส่วนการติดตามช่วง 6 เดือน รูปแบบโรงพยาบาลกับรูปแบบโรงพยาบาลร่วมกับCBO ไม    ่
               แตกต่างกัน อยู่ที่ 48.36% และ 47.06% ตามล าดับ ส่วนรูปแบบ KPLHS ลดลงเหลือ 27.04% จาก
               ข้อมูลวิเคราะห์ PrEP Retention เปรียบเทียบระหว่างหน่วยบริการแต่ละประเภท สรุปได้ว่ารูปแบบ KPLHS
               มีศักยภาพในการค้นหาผู้รับบริการที่สนใจรับบริการ PrEP ได้จ านวนมากในช่วงเวลาที่สั้นกว่าหน่วยบริการ

               ประเภทโรงพยาบาล และ โรงพยาบาลร่วมกับ CBO แต่การคงอยู่ของการกินยา PrEP (PrEP Retention) ใน
               ผู้รับบริการจากหน่วย KPLHS ณ. เวลา 6 เดือน จะลดลงประมาณเกือบหนึ่งเท่าเมื่อเทียบกับหน่วยบริการ
                                                            ิ
               PrEP ที่จัดโดยโรงพยาบาล ซึ่งอาจขึ้นกับการประเมนความเสี่ยงของผู้รับ PrEP แต่ละรายที่จะขอกินหรือ
                  ุ
                                             ื่
               หยดยาPrEP ในแต่ละช่วงเวลา เมอหยุดยาไปแล้ว หากกลับมามความเสี่ยงอก ก็สามารถมารับค าปรึกษา
                                                                       ี
                                                                                 ี
               และเริ่มรับยา PrEP ใหม่อีกครั้งได้ในอนาคต







                [194] บทที่ 4 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ
   252   253   254   255   256   257   258   259   260   261   262