Page 106 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 106

97

                                การจ่ายเงินเดือนของผู้ถูกสั่งพักราชการ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน พระราชบัญญัติเงินเดือน
                  ของข้าราชการผู้ถูกสั่งพักราชการ พ.ศ. 2502  ให้จ่ายดังนี้  เมื่อคดีหรือกรณีถึงที่สุด
                                1) ไม่ผิดให้จ่ายเต็ม
                                2) ผิดแต่ไม่ถึงออกจ่ายครึ่งหนึ่ง

                                3) ผิดถึงออกไม่จ่าย
                                คดีหรือกรณีถึงที่สุด  มีนัยดังนี้
                                                                                ิ
                                                                                                       ุ
                                (1)  ถ้าเป็นคดีในศาล คดีถึงที่สุดเมื่อศาลฎีกาได้มีค าพพากษา หรือคดีที่ไม่มีการอทธรณ์
                  หรือไม่มีการฎีกาต่อไป เมื่อพ้นระยะเวลาของการยื่นอุทธรณ์หรือยื่นฎีกา ถือว่าคดีถึงที่สุด แต่เพื่อให้ปรากฏหลักฐาน
                  ประกอบส านวนอาจขอให้พนักงานอัยการแจ้งยืนยันว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
                                (2) ถ้าเป็นการด าเนินการทางวินัย  กรณีจะถึงที่สุดเมื่อมีการรายงานการด าเนินการทางวินัย
                  จนสิ้นสุดกระบวนการ  ตามระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกับการด าเนินการทางวินัยและการออก

                  จากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2561
                                (3) กรณีที่มีการอุทธรณ์/ร้องทุกข์ค าสั่งลงโทษ หรือค าสั่งให้ออกจากราชการ กรณีจะถึงที่สุด
                  เมื่อ ก.ค.ศ. ได้มีการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์/ร้องทุกข์แล้ว

                  มาตรการปูองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ
                                ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีนโยบายส าคัญและเร่งด่วนในการปูองกันและขจัดการทุจริต
                  และประพฤติมิชอบเพอปฏิรูประบบการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นที่เชื่อมั่นและ
                                     ื่
                  ไว้วางใจของประชาชน ซึ่งแม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะได้ก าหนดมาตรการในการขับเคลื่อนการด าเนินการเรื่องดังกล่าว

                  ให้เกิดผลมาอย่างต่อเนื่อง แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏทั้งจากข้อร้องเรียนและผลการตรวจสอบการทุจริต
                  ในระบบราชการ แสดงให้เห็นว่ายังคงมีความจ าเป็นต้องให้ความส าคัญกับการแก้ไขปัญหาและการปูองกันและ
                  ปราบปรามการทุจริตในระบบราชการอย่างจริงจังและเข้มงวด เพอให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการปูองกัน
                                                                        ื่
                  และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กระบวนการยุติธรรม และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่
                  ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่องรัฐ และสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจแก่ประชาชน อนจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อน
                                                                                 ั
                  ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน และการปูองกันและปราบปรามการทุจริตและ
                  ประพฤติมิชอบ

                                อาศัยอานาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ
                  มาตรา 42 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พทธศักราช 2557 คณะรักษาความสงบ
                                                                              ุ
                                                       ื่
                  แห่งชาติจึงก าหนดหลักเกณฑ์การด าเนินการเพอประโยชน์ในการปูองกันและปราบปรามการทุจริตในระบบราชการ
                  ดังต่อไปนี้

                                ข้อ 1 ในกรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่
                  ของรัฐ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดด าเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน แล้วรายงาน
                  ผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพอรับทราบทับที และให้พจารณาด าเนินการทางวินัย
                                                                    ื่
                                                                                        ิ
                  หรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ในระหว่างนี้ให้รายงานความคืบหน้าในการด าเนินการต่อ
                  หัวหน้าส่วนราชการหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อทราบเป็นระยะตามความเหมาะสม
   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111