Page 152 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 152
143
หนา ๓๒
ั
เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๕๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กนยายน ๒๕๕๐
ํ
ิ้
็
สานวนการสอบสวนตามขอ ๔๐ และขอ ๔๑ รวมทั้งการพิจารณาสั่งการตามผลการสอบสวนที่เสรจสนแลว
ึ้
และใหผูบังคบบัญชาชั้นเหนือขนไปหนึ่งชั้นของผูสงแตงตงคณะกรรมการสอบสวนหรือผูที่ไดรบ
ั
ั
ั้
ั่
ื
ั่
มอบหมายจากผูบังคบบัญชาดงกลาว เปนผูมีอํานาจพิจารณาหรอสงการแทน
ั
ั
การพนจากการเปนผูมีอํานาจพิจารณาสํานวนการสอบสวนหรือสงการตามผลการสอบสวนที่
ั่
เสรจสนแลวตามวรรคสี่และวรรคหา ไมกระทบถึงการแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือการสอบสวนที่ได
ิ้
็
ํ
ดาเนินการไปแลว
ู
ขอ ๑๐ ในการสอบสวน คณะกรรมการสอบสวนตองใหผูถกกลาวหามีโอกาสไดทราบ
ิ
ขอเท็จจรงอยางเพียงพอ และมีโอกาสไดโตแยงและแสดงพยานหลักฐานของตน เวนแตจะมีผลทําให
ํ
ระยะเวลาที่กฎหมายหรือกฎ ก.ค.ศ. นี้กาหนดตองลาชาออกไป หรอปรากฏโดยสภาพเห็นไดชัดวาการให
ื
โอกาสดังกลาวไมอาจกระทําได รวมทั้งมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จําเปนตองรูเพื่อการโตแยงหรือชี้แจง
หรอปองกนสทธิของตนได
ั
ื
ิ
การอางพยานหลักฐานแกขอกลาวหา ผูถกกลาวหาจะนําพยานหลักฐานมาเองหรือจะอาง
ู
พยานหลักฐานแลวขอใหคณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได
ขอ ๑๑ ในการสอบสวนวินัยอยางรายแรง ผูถูกกลาวหามีสิทธินําทนายความหรือที่ปรึกษา
ํ
ื
ของตนเขามารวมฟงการสอบสวนก็ได แตจะใหถอยคาหรอตอบคาถามแทนผูถกกลาวหา หรอเสนอ
ื
ํ
ู
ความเห็นใดแกคณะกรรมการสอบสวนไมได
ขอ ๑๒ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนเรียกบุคคลใดมาเปนพยาน ใหบุคคลนั้นมาชี้แจง
ํ
ื
หรอใหถอยคาตามวัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการสอบสวนกําหนด
ขอ ๑๓ ในการสอบสวน ถามีการอางเจาหนาที่ของรฐเปนพยาน ใหถอเปนหนาที่ของ
ื
ั
ั
ั
ผูบังคบบัญชาทุกระดบชั้นที่จะตองอํานวยความสะดวก ใหความคุมครองพยานจากการถูกกลั่นแกลงหรอ
ื
ุ
การปฏิบัติที่ไมเปนธรรมจากการปฏิบัตหนาที่ของพยานนั้น และประสานงานกับสานักงานอัยการสงสด
ํ
ู
ิ
เพื่อเปนทนายแกตางในกรณีที่ถูกฟองรองในคดีแพงหรือคดีอาญา
ื
ํ
เจาหนาที่ของรฐที่ไปใหถอยคาตอคณะกรรมการสอบสวนในฐานะพยาน ใหถอวาเปนการปฏิบัต ิ
ั
หนาที่ราชการ
ั่
ในกรณีที่พยานมิใชเจาหนาที่ของรัฐ ใหคณะกรรมการสอบสวนหรือผูสงแตงตงคณะกรรมการ
ั้
สอบสวน อํานวยความสะดวกและใหความคุมครองแกพยานผูใหขอมูลที่เปนประโยชนตอทางราชการอยาง
เหมาะสมตามควรแกกรณี

