Page 162 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 162

153



                                                       หนา   ๔๒
                                                                                           ั
              เลม   ๑๒๔   ตอนที่   ๕๓   ก          ราชกิจจานุเบกษา                  ๑๒   กนยายน   ๒๕๕๐


                  ํ
                                                   ํ
                                                                                       
              ใหดาเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่กาหนดในกฎ  ก.ค.ศ.  นี้  ในกรณีเชนนี้  ใหใชพยานหลักฐานที่ได 
              สอบสวนมาแลวประกอบการพิจารณาได
                      ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนดําเนินการสอบสวนโดยแยกเปนสานวนการสอบสวนใหม
                                                                                    ํ

                
                     ํ
              ใหนําสาเนาพยานหลักฐานที่เกยวของในสํานวนการสอบสวนเดิมรวมไวในสานวนการสอบสวนใหม
                                                                                    ํ
                                              
                                          ี่
                ื
                                     
                                  
                          
              หรอบันทึกใหปรากฏดวยวานําพยานหลักฐานใดจากสํานวนการสอบสวนเดิม  มาประกอบการพิจารณาใน
                                     
              สานวนการสอบสวนใหมดวย
               ํ
                      ขอ  ๓๕  ในกรณีที่ผูบังคบบัญชาไดแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนขาราชการครู
                                                       
                                              ั
                                                            
                                                 ื่
                                                                                             ิ
              และบุคลากรทางการศึกษาผูใด  ในเรองที่ผูนั้นหยอนความสามารถในอันที่จะปฏิบัตหนาที่ราชการ
                                        ื
                                                 ิ
              บกพรองในหนาที่ราชการ  หรอประพฤตตนไมเหมาะสมกับตาแหนงหนาที่ราชการตามมาตรา  ๑๑๑  และ
                                                                   ํ
                   
              ผูบังคบบัญชาเห็นวาการสอบสวนเรื่องนั้นมีมูลวาเปนการกระทําผิดวนัยอยางรายแรงซึ่งผูบังคับบัญชา
                                                          
                                
                                                                                     
                                                                                  
                   ั
                                                                            ิ
                ็
              เหนควรแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทําการสอบสวนผูนั้นตามมาตรา  ๙๘  ใหดําเนินการตามหลักเกณฑ
                          ํ
              และวิธีการที่กาหนดในกฎ  ก.ค.ศ.  นี้  ในกรณีเชนนี้คณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา  ๙๘  จะนําสานวน
                                                                                                     ํ
                                                                                       
              การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา  ๑๑๑  มาประกอบการพิจารณาดวยกได            
                                                                                           ็
                      ขอ  ๓๖  ในกรณีที่มีคาพิพากษาถึงที่สดวาผูถกกลาวหากระทําผิดหรอตองรับผิดในคดีที่
                                            ํ
                                                           ุ
                                                                                        ื
                                                                                           
                                                              
                                                                  ู
                   ั
                ี่
              เกยวกบเรื่องที่กลาวหา  ถาคณะกรรมการสอบสวนเห็นวาขอเท็จจริงที่ปรากฏตามคําพิพากษาไดความ
                                   
                                     ื
              ประจกษชัดอยแลว  ใหถอเอาคาพิพากษานั้นเปนพยานหลักฐานที่สนับสนุนขอกลาวหา  โดยไมตอง
                   ั
                           ู
                                                                                                        
                                                                                          
                      
                                                                                      
                                           ํ
                                         ี่
                                                 ั
                                                                 
                                             
              สอบสวนพยานหลักฐานอื่นที่เกยวของกบขอกลาวหา  แตตองแจงใหผูถกกลาวหาทราบและแจงขอกลาวหา
                                                                            ู
                                                   
                        ุ
                
              พรอมทั้งสรปพยานหลักฐานที่สนับสนุนขอกลาวหาตามที่ปรากฏในคําพิพากษาใหผูถูกกลาวหาทราบ  ทั้งนี้
              ใหนําขอ  ๒๔  มาใชบังคบโดยอนุโลม
                                    ั
                      ขอ  ๓๗  ในระหวางการสอบสวน  แมจะมีการสั่งใหผูถกกลาวหาไปอยนอกบังคบบัญชาของ
                                                                                               ั
                                                                                       ู
                                                                         ู
                                                                      
              ผูสงแตงตงคณะกรรมการสอบสวน  ใหคณะกรรมการสอบสวนทําการสอบสวนตอไปจนเสร็จ  แลวทํา
                 ั่
                       ั้
                    
                                                 
              รายงานการสอบสวนและเสนอสํานวนการสอบสวนตอผูสั่งแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวน  เพื่อตรวจสอบ
                                                                               
              ความถูกตองตามขอ  ๔๓  ขอ  ๔๔  ขอ  ๔๕  และขอ  ๔๖  และใหผูสงแตงตงคณะกรรมการสอบสวนสง
                                                                           ั่
                      
                                                           
                                                                                 ั้
                                              
                          ั
              เรองใหผูบังคบบัญชาคนใหมของผูถกกลาวหา  เพื่อดาเนินการตามขอ  ๔๐  ตอไป  ทั้งนี้  ใหผูบังคบบัญชา
                                                                                              
                                                                                                   ั
                                              ู
                                                                                
               ื่
                                                            ํ
              คนใหมมีอํานาจตรวจสอบความถูกตองตามขอ  ๔๓  ขอ  ๔๔  ขอ  ๔๕  และขอ  ๔๖  ดวย
                                             
   157   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167