Page 21 - นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๕๙
P. 21

พนักงานตั้งบ่าศรีจุลเจิม แล้วเวียนเทียนสมโภชทำขวัญ

            เรือพระที่นั่งมหาจักร ี ๑๓
                ภายหลังพิธีสมโภชแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

            ให้เรือพระที่นั่งมหาจักรีไปประจำการในสังกัด กรมเรือ  ตราแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ ๕ (ตราแผ่นดินหรืออาร์มแผ่นดิน
            พระที่นั่ง กรมทหารเรือ ในการจัดส่วนราชการทหารเรือ   หมายถึง ตราประจำประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
                                                                             รัชกาลที่ ๕
            พ.ศ.๒๔๓๓ ๑๔                                      ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราแผ่นดินขึ้นในปี ๒๔๑๖
                คุณครู พลเรือตรี ดาว เพชร์ชาติ ได้เล่าลักษณะ     ผู้ออกแบบคือ หม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย และมีคาถาสำหรับแผ่นดิน
            การทาสีเรือพระที่นั่งมหาจักรีไว้ว่า  “เรือพระที่นั่ง    กำกับอยู่ด้านล่างสุดบนแถบแพร “สพฺเพสํ สํฆภูตานํ สามคฺคี
                                                                วุฑฺฒิสาธิกา” แปลว่า ความพร้อมเพรียงของชนผู้เป็นหมู่
            มหาจักรี (ลำที่ ๑) ข้าพเจ้าเกิดทันหลายปี (คุณครู      ยังความเจริญให้สำเร็จ คาถานี้เป็นพระนิพนธ์ ของสมเด็จพระสังฆราช (สา)
            พลเรือตรี  ดาว  เพชร์ชาติ  เกิดใน  พ.ศ.๒๔๔๕               วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม) ๑๗
            เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่ ๑) ได้ปลดระวาง และ     นับตั้งแต่เรือพระที่นั่งมหาจักรีเข้าประจำการใน
            ขายไปเมื่อ  พ.ศ.๒๔๕๙) และได้เคยเห็นจอดผูกทุ่น       กองเรือพระที่นั่ง กรมทหารเรือ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม
            อยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณตรงปากคลองมอญ    พ.ศ.๒๔๓๕ เป็นเรือพระราชพาหนะของ พระบาท
            หรือแถวบริเวณกองเรือกลชั้น ๔ ที่อยู่ทางตอนใต้ของ  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึง ๒ รัชกาล เป็นระยะเวลาถึง
            ท่าราชวรดิฐ (บริเวณใกล้เคียงกรมกิจการพลเรือน   ๒๔  ปี  ก่อนปลดระวาง  ได้ไปราชการทะเลเท่าที่
            ทหารเรือปัจจุบัน – ผู้เขียน) เป็นเรือรบชนิดครูเซอร์     สามารถสืบค้นได้ประมาณ ๔๔ ครั้ง ดังมีรายละเอียด
            ต่อด้วยเหล็ก มี ๒ ปล่อง ๒ เสา ทาสีขาวงามสง่า    ดังนี้

            และน่าเกรงขาม สมัยนั้นข้าพเจ้ายังเด็ก ไม่มีโอกาส       วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จ
            ได้ลงไปชม  เป็นเพียงแต่นั่งเรือผ่าน  ๆ  ไปเท่านั้น      พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเกาะสีชังโดย
            เห็นที่หัวเรือมีรูปคล้าย ๆ ตราแผ่นดิน” ๑๕      เรือพระที่นั่งมหาจักรี
                ในหนังสือประวัติการทหารเรือไทย มีข้อความ       วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จ
            เกี่ยวกับการทาสีเรือพระที่นั่งไว้ว่า  “เรือรบและ    พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทอดพระเนตรการ
            เรือพระที่นั่งแต่ครั้งก่อน ตัวเรือทาสีขาว ปล่องและ     ก่อสร้างป้อมพระจุลจอมเกล้าโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี
            เสากระโดงทาสีเหลือง  แนวน้ำทาสีแดง  จนถึงปี    ประทับแรมในเรือ วันที่ ๑๑ เมษายน ทรงเปิดการ

            พ.ศ.๒๔๕๐  เมื่อครั้ง  พลเรือตรี  กรมหมื่นชุมพร    เดินรถไฟสายกรุงเทพฯ  -  ปากน้ำ  แล้วเสด็จคืน
            เขตรอุดมศักดิ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ และทรง   พระนคร ในวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๖
            ทำการในตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้นำ       วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จ
            เรือมกุฎราชกุมารพานักเรียนนายเรือไปฝึกภาค      พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จประพาสปากน้ำ
            ต่างประเทศจนถึงชวา ได้ทาสีเรือมกุฎราชกุมารเป็นสีหมอก   เจ้าพระยาโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี และทรงตรวจการ
            ตั้งแต่นั้นมาบรรดาเรือหลวงลำอื่น ๆ ก็ได้ทาสีหมอก  ก่อสร้างป้อมพระจุลจอมเกล้า  เสด็จคืนสู่พระนคร
            เหมือนกันทุกลำ เว้นแต่เรือพระที่นั่งมหาจักรี” ๑๖   ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๓๖
                จึงน่าจะสันนิษฐานได้ว่า เรือพระที่นั่งมหาจักรี       วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จ
            (ลำที่ ๑) ทาสีตัวเรือเป็นสีขาว ปล่องและเสากระโดง     พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสทะเลโดย

            สีเหลือง ส่วนตัวเรือตั้งแต่แนวน้ำลงไปทาสีแดง และมี  เรือพระที่นั่งมหาจักรี  เสด็จคืนสู่พระนครในวันที่
 เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่ ๑)  รูปตราแผ่นดินติดประดับที่หัวเรือ   ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๓๖


                                                             นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่  ๕  พฤษภาคม  ๒๕๕๙  17
   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26