Page 80 - นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๕๙
P. 80

ประเภทที่ ๑ เรือประจัญบาน ใช้สำหรับหักกำลัง     “ชาติใดที่อาจมีกำลังทำเรือได้แต่น้อย จะนับว่า

            ข้าศึกโดยตรง                                   อำนาจสิทธิ์ขาดทางทะเลต้องตกไปอยู่กับข้าศึกอันมี
                ประเภทที่ ๒ เรือไล่ ใช้สำหรับทำลายและป้องกัน  กองทัพเรือใหญ่ในทันทีนั้นไม่ได้ ถ้ายังมีกองทัพเรืออยู่
            สินค้า                                         ตราบใด ก็ยังอาจโต้แย้งอำนาจสิทธิขาดนั้นได้เสมอ
                ประเภทที่ ๓ เรือเล็ก มีหน้าที่ป้องกันอ่าว ป้องกัน  เพื่อมิให้ตกไปอยู่กับข้าศึกโดยเด็ดขาดประการหนึ่ง
            โจรสลัด ลาดตระเวนส่งข่าว กับอาจใช้เป็นเรือประจัญบาน  กับกันมิให้ข้าศึกกระทำสำเร็จความประสงค์ได้โดยง่าย
            ได้ในบางคราวเมื่อข้าศึกเผลอ                    หรือให้การสงครามเนิ่นออกไปจนกว่าจะมีโอกาศอื่น
                เรือทั้งสามประเภทจะมีจำนวนเรือประเภทใด     ที่จะให้สงครามสงบลงได้อีกประการหนึ่ง เช่นชักการ

            มีจำนวนเรือเท่าใด เสนาธิการทหารเรือซึ่งเป็นผู้ร่าง  ให้เนิ่นเพื่อให้กำลังทางบกของเรากระทำการกดน้ำหนัก
            แผนสงครามจะเป็นผู้วินิจฉัยกำหนดจัดกำลังทัพเรือ  ให้สำเร็จหรือเพื่อชาติอื่นจะยื่นมือเข้ามาแก้ได้...
            ตามความประสงค์ของรัฐบาล ทรงเน้นให้เห็นถึงความ      การมีกองทัพเรือน้อยนั้น จะน้อยสักเท่าใดก็ดี
            สำคัญในการมีอยู่กองทัพเรือและลักษณะกองทัพเรือ  ถ้าดำเนินทัพให้ถูกยุทธศาสตร์แล้ว ข้าศึกคงจะต้อง
            ไทยควรเป็นเช่นใด ดังพระนิพนธ์ว่า               เป็นห่วงลังเลอยู่เสมอ... แต่การสำคัญในที่นี้ก็อยู่ที่น้ำใจ
                “ถ้าจะใช้กำลังบังคับทัพบกกดข้าศึกให้ยอมตามใจ  การที่ต้องเป็นผู้รับโดยมีกำลังน้อยนั้น มักจะชวนให้
            เราได้ ก็ควรมีแต่เรือเพียงป้องกันอ่าวเช่นประเภทสาม   รวนเรแลใจเสียอยู่เสมอ”
            ถ้ากำลังทางบกไม่พอที่จะกดข้าศึกให้ยอมดังว่า ก็ต้อง     ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ดำรงตำแหน่งเสนาธิการ
            เข็ญกำลังทัพเรือให้ไปถึงประเภทหนึ่ง แต่ถ้าทุนไม่พอที่  ทหารเรือ ยังมีสิ่งซึ่งพึงสังเกตว่า พระกรณียกิจของ

            จะทำได้เช่นนั้น  ก็ต้องลดลงมาเพียงประเภทสอง    พระองค์ในขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ
            แลต้องเตรียมรบอย่างชาติที่มีกำลังทัพเรือน้อย”   จะดำเนินไปตามแนวทางที่พระองค์ทรงแสดงพระดำร ิ
                พระดำริของพระองค์ในพระนิพนธ์มีข้อความว่า   ในพระนิพนธ์ “ยุทธศาสตร์ทะเล” อย่างเห็นได้ชัด
            “แต่ถ้าทุนไม่พอที่จะทำได้เช่นนั้น ก็ต้องลดลงมาเพียง  ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยเลือกซื้อเรือที่มีสมรรถนะในการ
            ประเภทสอง”  ดังกล่าวข้างต้นสะท้อนให้เห็นภาพ    รุกรบเช่น “เรือพระร่วง” หรือทรงมีแนวความคิดตลอดจน
            พระดำริของพระองค์ว่า  พระองค์ประเมินสถานะ      พระกรณียกิจในการสร้างฐานทัพเรือ รวมทั้งที่ยิงเป้า
            กองทัพเรือไทยในขณะนั้นแล้วเห็นว่า โดยเหตุปัจจัย     ปืนใหญ่และสถานีฝึกยิงตอร์ปิโดขึ้นที่อำเภอสัตหีบ

            ในเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอ จึงควรจะจัดกำลัง     จังหวัดชลบุรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปกครอง
            ทัพเรืออย่างประเภทที่ ๒ นั่นคือ มีเรือรบประเภท เรือไล่   บริหารกิจการทหารเรือ  พระองค์ทรงใช้แนวทาง
                                          ี
                    ้
            สำหรับใชทำลายและป้องกันสินค้าและมขีดความสามารถ  สร้างขวัญและกำลังใจสร้างความรู้แก่ตัวบุคคลเพื่อ
            พร้อมรบอย่างชาติที่มีกำลังทัพเรือน้อย ซึ่งน่าจะหมายถึง  ให้เกิดการปกครองบริหารทหารเรือด้วยตัวบุคคล
            การใช้ขีดความสามารถของเรือประเภทที่ ๓ คือ ใช้เรือเล็ก  ทุกระดับ โดยการนำวิธีการบางอย่างเพื่อสร้างให้เกิด
            ในการป้องกันอ่าว ป้องกันโจรสลัด ลาดตระเวนส่งข่าว   เข้าใจร่วมกัน แนวทางบริหารปกครองทหารเรือของ
            และอาจใช้เป็นเรือประจัญบานได้ในบางคราวที่ข้าศึกเผลอ   พระองค์มีลักษณะโดดเด่นด้วยการใช้วิธีการปรึกษา
            จากพระดำริดังกล่าวอาจสันนิษฐานได้ว่า แก่นแกน    หารือร่วมกัน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า พระองค์ใช้วิธีการเช่นนั้น
            พระดำริประการหนึ่งของพระองค์  คือ  ทรงยืนยัน   เป็นจำนวนครั้งมากที่สุด ตลอดระยะเวลาที่พระองค์

            ประโยชน์และขีดความสามารถทัพเรือของชาติที่มีกำลัง  ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือและเสนาบดี
            ทัพเรือน้อยอย่างชัดเจนดังข้อความพระนิพนธ์ระบุว่า   กระทรวงทหารเรือ



                                                            นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๙  เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙  ๘๔
   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84   85