Page 82 - นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๕๙
P. 82
ความผิดฐานฉ้อโกง ตามที่บัญญัติไว้ใน ดังนั้น ผู้เขียนต้องรีบคำนวณว่า ๑๕๐ X ๓๐ จะเป็นเท่าใด
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ที่ว่า“ผู้ใดโดยทุจริต เมื่อได้รับคำตอบแล้ว รู้สึกสงสารฝ่ายหญิงขึ้นมาทันที
หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือ พรางคิดว่า ตกลงเรื่องนี้ ใครเป็นผู้เสียหาย
ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอก จึงจำเป็นต้องไกล่เกลี่ยในเรื่องทางแพ่งต่อ
ลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือ โดยแจ้งกับคู่กรณีว่า รถคันนี้ แม้จะเป็นชื่อของฝ่ายชาย
บุคคลที่สามหรือ ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ก็ตาม แต่ชื่อในทางทะเบียน มิได้เป็นเครื่องแสดง
ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนะ ขอให้คู่กรณีเข้าใจตรงนี้ด้วย
ฉ้อโกง” นั้น หมายความว่า และถามฝ่ายชายว่า จากเงินเดือนที่เหลือเดือนละ
(๑) ผู้หลอกหลวงผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ๓,๕๐๐ บาท แล้วเราได้ใช้วันละ ๑๕๐ บาทแล้ว นอกจาก
หรือการปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งต้อง ชื่อในทะเบียนแล้ว อะไรคือสิ่งที่เราจะอ้างว่ารถคันนี้
กระทำโดยทุจริต กรณีดังกล่าว ยังไม่ปรากฏว่าการ เป็นของเรา ฝ่ายชายไม่สามารถตอบได้
กระทำของฝ่ายชายมีการหลอกลวง หรือปกปิดข้อความ และผู้เขียนได้พยายามพูดถึงสิ่งดี ๆ ที่ทั้งคู่เคย
จริงซึ่งควรบอกให้แจ้งเลย การที่บอกว่าขอเงินซื้อรถ อยู่ร่วมกันมา สุดท้ายฝ่ายชายยอมคืนรถให้ฝ่ายหญิง
เพื่อจะได้ขับไปทำงาน และไปรับฝ่ายหญิงด้วยนั้น โดยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ว่าไม่ติดใจ
ไม่ใช่ข้อความอันเป็นเท็จที่จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้ ที่จะเรียกร้องทั้งทางแพ่ง ทางอาญากันอีก
อีกทั้งการซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เกิดจากความ เมื่อทำการไกล่เกลี่ยจบเรียบร้อย ก่อนเดิน
สมัครใจของคู่กรณี ไม่ได้เกิดจากการหลอกลวงใด ๆ ทางกลับพนักงานสอบสวน แอบแซวคู่กรณีว่า หากกลับ
ของฝ่ายใดเลย มาคืนดี แล้วแต่งงานกันเมื่อไหร่ อย่าลืมเชิญผู้เขียนไป
(๒) การหลอกลวงนั้นต้องเป็นเหตุให้ได้มาซึ่ง เป็นประธานนะ
ทรัพย์สินไปจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ซึ่งกรณีนี้ ผู้เขียนก็ต้องสวนกลับทันควันว่า นิทานผม
ตามที่กล่าวข้างต้น แม้ฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายเอ่ยปาก มันเยอะ คุณตำรวจ
ขอเงินจากฝ่ายหญิง แต่การกระทำดังกล่าวมิใช่การหลอก
เมื่อฝ่ายหญิงสมัครใจให้ การได้ไปซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว
จึงไม่เป็นการฉ้อโกงแต่อย่างใด
เมื่อพนักงานสอบสวนได้ฟัง ก็เห็นด้วย และแจ้งว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องแพ่งนะ ตำรวจคงดำเนินคดีฐานฉ้อโกง
ไม่ได้ และเมื่อฝ่ายชายได้ฟังดังนั้น ก็กระหยิ่ม ยิ้มย่อง
โดยคิดว่าตนเองไม่ต้องคืนรถให้ฝ่ายหญิง
ผู้เขียน ได้สอบถามคู่กรณีต่อหน้าพนักงาน
สอบสวนว่า ที่ฝ่ายชายเราอ้างว่า เงินเดือนเรายกให้ฝ่ายหญิง
ทั้งหมดนั้น จริงหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าใด ฝ่ายชาย
แจ้งว่า เงินเดือนของตนเหลืออยู่ประมาณ ๓,๕๐๐ บาท
ฝ่ายหญิงเป็นผู้เก็บบัตรเอทีเอ็ม ของตนไว้ แล้วนำ
เงินสดมาให้ใช้จ่าย วันละ ๑๕๐ บาท เมื่อได้รับคำตอบ ภาพจาก :http://www.tourismkm-asean.org
http://law.okyesproperty.com
๘๖ นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙

