Page 37 - นาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๖๓
P. 37
ื
ึ
- ช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่นตามรูป ในพระราช คือ มีวลัยงา (สนับงา) ซ่งจะแตกต่างจากช้างเผือกทรง
ื
ี
บัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๐ เคร่องยืนแท่น ท่กาหนดไว้ตามพระราชบัญญัติธง
�
ไม่มีวลัยงา (สนับงา) ฉบับเดิม ที่แสดงภาพประกอบไว้ที่ ไม่มีวลัยงา (สนับงา)
ื
ี
ี
ื
- ช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่นในธงราชนาวีท่ใช้ ส่วนรูปแบบช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่น ท่ใช้อยู่ในธง
ี
ในปัจจุบันผลิตโดยกรมพลาธิการทหารเรือ มีวลัยงา ราชนาวีในปัจจุบันก็เป็นรูปแบบท่แตกต่าง ไม่เป็นไป
�
(สนับงา) และก�าไลข้อเท้าช้าง ตามรูปแบบท่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัติธงฉบับเดิม
ี
ื
- ช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่น (พระเศวตอดุลย ที่มีรูปภาพแสดงก�าหนดไว้
พาหนะฯ ทรงเครื่องคชภรณ์) มีวลัยงา (สนับงา) รูปแบบธงราชนาวีท่ถูกต้องเป็นไปตามท่พระราช
ี
ี
�
้
ั
ี
ิ
ความแตกต่างดังกล่าว วิเคราะห์ได้ว่า ช้างเผือก บัญญัตธงกาหนดไว ต้งแต่อดีตท่ผ่านมา หากไม่มีรูปภาพ
ั
ทรงเครื่องยืนแท่น ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่าง แสดงไว้ให้ชัดเจน ท้งรูปแบบรายละเอียดของแถบสีธง
ึ
ื
ึ
ธงสยาม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๐ ซ่งเป็น ต้นแบบของ และรูปช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่น ซ่งมีรายละเอียด
�
ี
ื
่
ื
�
ื
ช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่น เป็นช้างเผอกทรงเครอง เฉพาะตามท่กาหนดแล้ว ก็จะทาให้เกิดความผิดพลาด
ึ
ี
ี
คชาภรณ์ ตามท่ได้รับพระราชทานในสมัยรัชกาลท ๕ จากท่พระราชบัญญัติฯ ซ่งถือเป็นกฎหมาย กาหนดไว้
�
ี
่
ไม่มีวลัยงา (สนับงา) ส่วนรูปแบบช้างเผือกทรงเคร่อง และเม่อได้รับทราบถึงข้อแตกต่างแล้ว ก็ควรจะ
ื
ื
ุ
ยนแท่น ในธงราชนาว ทใช้อยู่ ผ้เขยนได้สอบถามจาก ปรบปรงแก้ไขให้ถกต้องเสีย รวมไปถงการเสนอถง
ี
ี
่
ั
ู
ื
ู
ึ
ี
ึ
ี
�
ี
ึ
ี
เจ้าหน้าท่ช่างตัดเย็บธงของกรมพลาธิการทหารเรือ หน่วยงานท่รับผิดชอบคือสานักนายกรัฐมนตร ซ่งเป็น
ี
ื
ั
ทราบว่า ได้รบ รูปแบบช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่น หน่วยงานท่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รักษาการตาม
ื
ู
้
ื
ิ
ึ
่
ู
มาจากกรมอ่ทหารเรอ ซงแต่เดม กรมอ่ทหารเรอเป็น พระราชบัญญัตินี และในมาตรา ๔๔ ของพระราช
หน่วยรบผดชอบในการผลตธงราชนาว และจากการ บัญญัติธง พุทธศักราช ๒๕๒๒ ก�าหนดให้นายกรัฐมนตรี
ั
ิ
ี
ิ
�
ี
สืบค้นพบหลักฐานท่กรมอู่ทหารเรือ พบว่า ได้มีการ หรือส่วนราชการท่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย จัดทา
ี
�
ื
ี
ี
กาหนดให้ใช้รูปแบบช้างเผือกทรงเคร่องยืนแท่นท่ม ี รูปธงให้ถูกต้องตามลักษณะท่กาหนดในพระราชบัญญัต ิ
�
ี
วลัยงา (สนับงา) และมีก�าไลข้อเท้าในธงราชนาวี ในราว น้ไว้เป็นตัวอย่างก็ตาม แต่ในฐานะท่กองทัพเรือเป็น
ี
ี
�
ช่วงปี พ.ศ.๒๔๖๗ - ๒๔๗๔ และรูปแบบช้างเผือก ผู้ใช้ธงราชนาว จึงควรเสนอเร่องน้เพ่อกาหนดรูปธงท ่ ี
ื
ี
ื
ี
้
ทรงเคร่องยืนแท่นน ก็ใช้ต่อเน่องมาจนถึงในปัจจุบัน ถูกต้อง เพ่อให้เป็นแบบอย่างในการผลิตและนาไปใช้
ื
ื
ื
�
ู
(ซึ่งมีความแตกต่างจากที่ก�าหนดไว้ในพระราชบัญญัติธง ต่อไป และสาหรับรปแบบท่ถกต้องดังกล่าวยังหมาย
ี
ู
�
่
ี
ิ
ั
ิ
ั
�
ทกาหนดไว้เดมตามภาพประกอบในพระราชบญญตฯ) รวมถึง ธงราชทูต ตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม หากตีความตามพระราชบัญญัติธง ซึ่งถือ ธงราชนาว ท่ถูกต้องตามท่ผู้เขียนได้รวบรวม
ี
ี
ี
ื
ี
เป็นกฎหมาย รูปแบบช้างเผือกทรงเคร่องท่ถูกต้องจึง เรียบเรียงข้อมูลมาจากพระราชบัญญัติธง และข้อ
ควรเป็นรูปแบบช้างเผือกทรงเคร่องคชาภรณ์ ตามท ่ ี กาหนดท่เก่ยวข้องมานาเสนอ เพราะธงราชนาวีเป็น
ื
ี
ี
�
�
ี
์
พระมหากษตริยพระราชทาน ซงหากตามพระราชบญญัตธง ธงพระราชทานให้ใช้ชักเฉพาะของราชนาว (ทหารเรือ
ั
่
ึ
ั
ิ
ี
พุทธศักราช ๒๕๒๒ ท่ใช้ในปัจจุบัน รูปแบบของช้างเผือก ของพระราชา) เป็นเกยรตยศและความภาคภมใจของ
ู
ิ
ิ
ี
ทรงเครื่องยืนแท่นที่ถูกต้อง จึงควรเป็นรูปแบบช้างเผือก ทหารเรือทุกคน จึงเป็นเร่องท่ทหารเรือต้องตระหนักรู้
ื
ี
ื
ทรงเคร่องยืนแท่น ของพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ และสามารถบอกเล่าเร่องราวท่เป็นเกียรติยศและความ
ี
ื
ั
ี
ื
้
ทรงเคร่องคชาภรณ์พระราชทานของพระบาทสมเด็จ ภาคภูมิใจน ให้คนท่วไปได้รับรู้ และร่วมภาคภูมิใจกับ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลท ๙ ทหารเรือ สมกับค�าที่ทหารเรือภูมิใจกับค�าว่า “อวดธง”
่
ี
นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓

