Page 42 - นาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๖๓
P. 42
๓ คน บิดาของเจิ้งเหอมีนามว่า หม่าฮายี หรือ ฮัจญีหม่า ต่าง ๆ อันจะสร้างความมั่งคั่งให้กับราชส�านักหมิง และ
ั
ิ
(Ma Hazhi หรือ Ma Haji) ท้งพ่อและปู่ของเจ้งเหอ ความสันติสุขในบรรดาประเทศทางตอนใต้ นอกจากนั้น
�
�
�
ได้ไปทาพิธีฮัจญ์ในมักกะฮฺ สันนิษฐานจากคานาหน้า พระองค์ยังทรงต้องการออกไปตามหาจักรพรรดิหมิงฮุ่ยต ้ ี
ช่อว่า ฮายี จึงได้พบเห็นผู้คนจากทุกสารทิศ และต้อง พระราชนัดดาที่ร�่าลือกันว่าได้ทรงปลอมเป็นพระหลบหนี
ื
เล่าเรื่องนี้แก่เจิ้งเหออย่างแน่นอน ออกจากวังไปได้ ในระหว่างท่พระองค์ยกทัพเข้ายึด
ี
ิ
ื
ื
ี
่
เม่อหม่าเหออายุได้ ๑๑ ปี ตรงกับช่วงท่กองทัพของ นครนานจง โดยทรงเชอว่าพระราชนดดาได้หลบหนไป
ี
ั
จูหยวนจาง หรือจักรพรรดิหมิงไท่จู่ ปฐมกษัตริย์แห่ง ทางทะเลจีนใต้
ิ
ู่
ั
้
ั
ี
้
�
ิ
ี
�
่
ิ
ราชวงศ์หมิง นากาลังทัพเข้ามาปราบปรามท่ม่นสุดท้าย ทงน จักรพรรดหมงเฉิงจทรงมอบภารกจอันยงใหญ ่
ิ
ิ
ื
ี
ของพวกเช้อสายมองโกลท่ยังหลงเหลืออยู่ท่ยูนนาน น้ให้กับเจ้งเหอ ในการควบคุมการก่อสร้างกองเรือ
ี
ี
ิ
และยึดครองยูนนานเป็นส่วนหน่งของราชอาณาจักรหมิง อันย่งใหญ่ และเป็นแม่ทัพผู้บัญชาการสูงสุด ออกเรือ
ึ
ั
ี
�
ได้สาเร็จในปี ค.ศ.๑๓๘๒ ในเวลาน้นเด็กชายหม่าเหอ เดินทางไปบนผืนท้องสมุทร ในฐานะท่เป็นผู้แทนแห่งองค์
ื
ผู้มีเช้อสายจากเอเชียกลาง ถูกจับกลับไปยังเมืองหลวง จักรพรรดิมังกร การเดินทางสารวจทางทะเลของเจ้งเหอ
ิ
�
ั
ั
้
ี
และถูกตอนเป็นขนท มีหน้าท่รับใช้เจ้าชายจูต้หม่าเหอ ไดรบการบนทกไวโดยมฮมหมด หมา ฮวน หรอ มุฮมหมด
ี
ั
ุ
ี
ื
ั
่
้
ั
ึ
ั
ั
มีความสามารถสูง เฉลียวฉลาด ได้รับความไว้วางใจอย่างสูง ฮาซัน หนุ่มจีนมุสลิม ชนชาติหุย ชนชาติเดียวกับเจิ้งเหอ
ั
ี
กระท่งต่อมาได้กลายเป็นแม่ทัพคู่ใจของเจ้าชายจูต้ ในการ เขาสามารถพูดภาษาอาหรับได้ และเป็นล่ามให้เจ้งเหอ
ิ
ิ
�
ื
�
ทาศึกรบพุ่งกับกองทหารมองโกลทางตอนเหนือ และ เขาบันทึกการสารวจทะเลของเจ้งเหอในหนังสือช่อ
การยกทัพเข้ายึดนครนานจิง ช่วงชิงราชบัลลังก์จาก ยิงใยเช็งลัน หรือการส�ารวจชายฝั่งมหาสมุทร (Ying yai
พระราชนัดดา คือ จักรพรรดิหมิงฮุ่ยต้ท่สืบราชบัลลังก์ sheng lan หรือ The Overall Survey of the Ocean’s
ี
ี
ต่อจากหมิงไท่จู่ ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หมิง หม่าเหอ Shores)
ั
่
ี
ั
ู
ั
ู
ั
�
ั
ี
้
ึ
้
ี
ั
มส่วนสาคญช่วยให้จตได้รบชยชนะขนส่บลลงก์ การเดินเรือคร้งท ๑ ระหว่าง ค.ศ.๑๔๐๕ ถึง
เป็นจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ (ค.ศ.๑๔๐๓ - ค.ศ.๑๔๒๔) ค.ศ.๑๔๐๗ เจ้งเหอนากองเรือเดินทางไปเยือนจามปา
�
ิ
ี
ิ
ั
ื
จกรพรรดองค์ท่ ๓ แห่งราชวงศ์หมิง มีช่อรัชกาลว่า (Champa) ปาเล็มบัง (Palembang หรือ Old Port)
ั
หย่งเล่อ ในปี ค.ศ.๑๔๐๔ จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ ต้งให้ มะละกา (Malaka) เซมูเดรา (Semudera อยู่ทางเหนือ
ิ
หม่าเหอเป็นหัวหน้าขันที และพระราชทานแซ่เจ้งให้ ของเกาะสุมาตรา) และคาลิกัต (Calicut) โดยในครั้งนั้น
ิ
ี
เรียกว่า เจ้งเหอ แต่ช่อท่รู้จักกันดีก็คือ ซันเป่ากงหรือ เจ้งเหอได้ปราบปรามโจรสลัดชาวจีนแห่งปาเล็มบัง
ื
ิ
�
�
ี
ิ
�
ู
ี
ซาปอกง ตามบันทึกในประวัติศาสตร์จีน เจ้งเหอมีรปราง นามว่า เฉินจู่อ้ โดยนาตัวสาเร็จโทษท่กรุงนานกิง และ
่
�
ิ
�
้
�
ั
สูงใหญ่กว่า ๗ ฟุต นาหนักเกิน ๑๐๐ กิโลกรัม ท่วงท่าเดน ต่อมาจีนก็ได้แต่งต้งให้ ซือจินชิงดารงตาแหน่งข้าหลวง
สง่าน่าเกรงขามเหมือนราชสีห์ น�้าเสียงกังวานมีพลัง ผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยของจีนประจ�าปาเล็มบัง
ภายหลังการเสด็จข้นครองราชย์ของพระองค์ได้ การเดินเรือคร้งท ๒ ระหว่าง ค.ศ.๑๔๐๗ ถึง
ึ
ั
ี
่
ี
เพียงปีเดียว จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ก็มีบัญชาให้สร้างกองเรือ ค.ศ.๑๔๐๙ การเดินทางในคร้งน้ยังเป็นท่ถกเถียงกันว่า
ี
ั
ื
สินค้า เรือรบ และเรือสนับสนุน เพอไปเยือนเมองท่าต่าง ๆ เจ้งเหอได้เดินทางไปด้วยหรือไม่ เน่องจากมีหลักฐาน
่
ื
ิ
ื
ในทะเลจีนใต้และมหาสมุทรอินเดีย นับเป็นกองเรือ ระบุว่า ในช่วงเวลาเดียวกันน้นเขาได้รับมอบหมายให้
ั
ี
ี
ท่ใหญ่ท่สุดเท่าท่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติจีนและ เป็นแม่กองในการบูรณะศาลเจ้าเทียนเฟย ในมณฑล
ี
ี
ั
ั
ของโลกในยุคน้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการออกไปแสวงหา ฝูเจ้ยน รวมท้งยังมีภารกิจในการจัดต้งโรงเรียนสอน
ั
ื
ผลประโยชน์ทางการค้าและเคร่องราชบรรณาการจากรัฐ การแปลภาษาต่างประเทศในกรุงนานกิงอีกด้วย (Levathes,
นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓

