Page 50 - นาวิกศาสตร์ มกราคม ๒๕๖๓
P. 50
คอมมิวนิสต์จีน (Communist Party of China : CPC) ทางสังคมเอาไว้ ดังนี้
ึ
ื
ั
ี
ี
�
ท่ก่อต้งข้นเม่อปี ค.ศ.๑๙๒๑ และต่อสู้ทางการเมือง ประการแรก จีนกาลังจะกลายเป็นประเทศท่ม ี
เป็นเวลายาวนานถึง ๒๘ ปี ก่อนที่จะได้รับชัยชนะ และ ความแตกต่าง ระหว่างคนรวยกับคนจนเป็นอันดับหน่ง
ึ
ได้กุมอ�านาจรัฐในที่สุด ของโลก ภายใต้ค�าขวัญของอดีตผู้น�า เติ้ง เสี่ยวผิง ที่ว่า
�
สาหรับแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้ “ให้คนส่วนหนึ่งรวยขึ้นก่อน” ได้ท�าให้ชนชั้นอภิสิทธิ์ชน
ิ
�
ี
ทฤษฎีช้นา โดยเฉพาะแนวคิดวัตถุนิยมตามลัทธ ิ โดยเฉพาะอย่างย่งกลุ่มลูกหลานทายาทของสมาชิกพรรค
�
มาร์กซ์-เลนิน ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดของ เหมา เจ๋อตง คอมมิวนิสต์ ได้ใช้ประโยชน์จากอานาจรัฐเข้าแทรกแซง
ึ
ผู้นาจีนรุ่นท่หน่ง ท่ได้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และ กลไกทางเศรษฐกิจ เกิดเป็นชนชั้นคนรวยกลุ่มเล็ก ๆ ที่
�
ี
ี
ึ
ได้พบข้อผิดพลาดจนนาไปสู่การปฏิรูป และเปิดประเทศ รารวยข้นอย่างรวดเร็ว ขณะท่ชาวนาและผู้ใช้แรงงาน
�
่
�
ี
ตามทฤษฎีของ เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้น�าจีนรุ่นที่สอง อันน�าไปสู่ ราว ๒๐๐ ล้านคน กับครอบครัวในชนบทอีกมากกว่า
้
ี
การสานต่อแนวความคิดเก่ยวกับสามตัวแทนของ เจียง ๖๐๐ ล้านคน ท้งหมดน คือ ชนช้นล่างผู้ยากจนกว่า
ี
ั
ั
เจ๋อหมิน ผู้น�าจีนรุ่นที่สามซึ่งมุ่งเน้นว่าพรรคคอมมิวนิสต์ ๘๐๐ ล้านชีวิต ระดับความแตกต่างระหว่างความร�่ารวย
จีนต้องเป็นตัวแทนของพลังการผลิตท่ก้าวหน้าสอดคล้อง กับความยากจนในประเทศจีนได้ไต่ข้นถึงจุดสูงสุดท ่ ี
ึ
ี
ี
ี
กับยุคสมัย ต้องเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมท่ก้าวหน้า และ ไกลเกินกว่าในหลาย ๆ ประเทศท่เคยเกิดเหตุการณ์
ี
ต้องเป็นตัวแทนผลประโยชน์ส่วนรวมของมหาชน เปล่ยนแปลงการปกครอง และการปฏิวัติประชาธิปไตยมาแล้ว
ั
ี
อันขยายสู่วิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ของ ประการท่สอง กลุ่มชนช้นปัญญาชนหัวกะทิท่ไม่ม ี
ี
ู
�
ห จ่นเทา ผู้นาจีนรุ่นที่ส ท่พยายามลดความร้อนแรง ธุรกิจส่วนตัว หรือทรัพย์สินตกทอดของวงศ์ตระกูล
ี
่
ี
ิ
�
ื
ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพ่อให้เกิดความสมดุล มีจานวนมากข้นเร่อย ๆ ซ่งในแต่ละปี จีนมีบัณฑิตจบใหม่
ึ
ื
ึ
จนมาถงแนวคดเกยวกบความฝนของจนโดยประธานาธบด ี ประมาณ ๖ ล้านคน ในจ�านวนนี้ ร้อยละ ๓๐ ต้องเผชิญ
ั
ิ
ึ
ี
ี
่
ั
ิ
สี จิ้นผิง ผู้น�าจีนรุ่นที่ห้า กับปัญหาไม่มีงานท�า โดยตั้งแต่ปี ค.ศ.๒๐๐๖ เป็นต้นมา
ย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๗๘ เติ้ง เสี่ยวผิง อัตราการตกงานของบัณฑิตจบใหม่สูงถึง ๒ ล้านคนต่อปี
ี
ื
ได้ข้นสู่อานาจทางการเมืองด้วยการเป็นผู้สืบทอดอานาจ ประการท่สาม กรณีเก่ยวกับการเคล่อนไหวต่อต้าน
�
�
ี
ึ
ที่ เหมา เจ๋อตง วางตัวไว้ และกลายเป็นผู้น�ารุ่นที่ ๒ ของจีน การปิดล้อมเวนคืนท่ดิน และกรณีชุมนุมประท้วงของกลุ่ม
ี
ิ
ี
เต้ง เส่ยวผิง ได้เข้าควบคุมการจลาจล ฟื้นฟ ู ต่าง ๆ จากสถิติปี ค.ศ.๒๐๐๙ ในแต่ละเมืองและมณฑล
บ้านเมือง และชูธงปฏิรูปเศรษฐกิจ ภายใต้คาขวัญท่ว่า ต่าง ๆ ของจีน เกิดกรณีต่อต้าน หรือคัดค้านของมวลชน
�
ี
“การพัฒนาประเทศเป็นภารกิจอันดับหน่ง” เปิดศักราช ในแต่ละวันราว ๓๐๐ คดี โดยร้อยละ ๖๐ เกิดจากเหตุ
ึ
ี
ี
ี
�
ใหม่ของการปฏิรูปและเปิดประเทศ การเมืองแบบใหม่ ท่เจ้าหน้าท่รัฐระดับต่าง ๆ ในท้องท่ใช้อานาจ “เบ็ดเสร็จ”
�
ได้นาพาเศรษฐกิจจีนให้เติบโตข้นติดต่อกันมา ๓๐ กว่าปี หรือวิธีการแบบ “ไม้แข็ง” เข้าร้อถอนบ้านเรือนของ
ื
ึ
ื
ี
่
ื
ิ
ี
์
ั
ิ
่
็
�
ทาใหประเทศจนกลายเปนยกษใหญทางเศรษฐกจอนดบ ประชาชน เวนคนท่ดนทางการเกษตร และทดินผนป่า
ี
้
ั
ั
ื
ั
สองของโลกในปี ค.ศ.๒๐๑๐ ท้งน้ก็เพ่อกอบโกยผลประโยชน์ และต้องการฉุดตัวเลข
ี
ทว่า ในขณะท่เศรษฐกิจจีนกาลังเติบใหญ่ข้นอย่าง จีดีพี เพื่อหวังเลื่อนขั้นเลื่อนต�าแหน่ง
ี
ึ
�
่
รวดเร็ว กลุ่มผู้บริหารพรรคคอมมิวนิสต์กลับมิได้ด�าเนิน ประการท่ส ความเสอมเสยจากการคอร์รัปชัน
ี
่
ี
ี
ื
ื
ื
การปฏิรูปการเมืองเพ่อให้สอดรับกับสถานการณ์ดัง ในพรรคฯ เน่องจากการมีอิทธิพลอย่างมากของกลุ่ม
�
กล่าว ด้วยเหตุนี้จึงก่อให้เกิดความเหลื่อมล�้า และความ ชนช้นนาในพรรคคอมมิวนิสต์ท่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ั
ี
�
ั
ึ
ื
ขัดแย้งทางชนช้นข้นรุนแรง ซ่งกาลังซ่อนวิกฤตใหญ่ ได้เอ้อประโยชน์กับลูกหลาน และพวกพ้องในเครือข่าย
ั
นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓

