Page 51 - นาวิกศาสตร์ มกราคม ๒๕๖๓
P. 51
�
ั
์
ั
ิ
ธุรกิจกันอย่างมากมายมหาศาล ตัวอย่างเช่น เดือน ไม่เป็นธรรม ยับย้งชนช้นอภิสิทธ หรือดาเนินตามแนวทาง
ั
ธันวาคม ปี ค.ศ.๒๐๑๐ เกิดกรณีอ้อฉาวของ “ซานตง สงคมนยมทมีเปาหมายคอ ความมงคงของสงคมโดยรวม
่
่
ั
ั
้
่
ื
ิ
ี
ื
ั
ั
�
่
หลู่เหนิง กรุ๊ป” ซ่งเป็นบริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าของรัฐ ในทางกลบกน ช่องว่างระหว่างคนรารวยกบคนยากจน
ึ
ั
ั
ุ
ี
ึ
ั
ิ
ิ
ี
ในมณฑลซานตง ทมการยกย้ายเงนทน และลงทน ย่งถ่างออกมากข้นไปอีก และยังรวมถึงความแตกต่าง
ุ
่
อย่างผิดกฎหมายจนทาให้ขาดทนอย่างหนก จากการ ระหว่างเมืองกับชนบทอีกด้วย ๕
�
ั
ุ
ตรวจสอบพบว่ามีทรพย์สินทยกยอกออกไปมมลค่าถง
ั
ึ
่
ั
ี
ี
ู
ื
้
ี
ี
๑๐,๐๐๐ ล้านหยวน เป็นต้น แนวคดทางการเมองของจน ยคประธานาธบด ส จนผง
ิ
ิ
ุ
ี
ิ
ิ
ประการที่ห้า ความเหลื่อมล�้าระหว่างท้องที่ต่าง ๆ แนวคิดอานาจนิยมใหม่ (Neo - Authoritarianism)
�
สืบเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๘๘ ที่ เติ้ง เสี่ยวผิง ได้น�าเสนอ เป็นรูปแบบการปกครองแบบรวมศูนย์อานาจทาง
�
ี
แนวคิด ทฤษฎีท่ให้พ้นท่ริมฝั่งทะเล และพ้นท่ตอนใน การเมือง แต่กระจายอานาจทางเศรษฐกิจโดยมิได้
ี
ื
ื
ี
�
่
�
�
ของประเทศรารวยร่วมกัน เขากล่าวว่า “ต้องเร่งเปิด ระบุถึงระดับความมาก-น้อย ของการรวมอานาจหรือ
�
ี
ึ
�
พ้นท่ชายฝั่งทะเลให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน ทาให้คน กระจายอานาจ ท้งน้ข้นอยู่กับแต่ละรัฐ หรือประเทศท ี ่
ั
ื
ี
�
แถบน้เจริญรารวยข้นก่อนอย่างรวดเร็ว จากน้นจะนาพา จะนาไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการปกครองของรัฐ
ั
่
�
�
ี
ึ
ั
ึ
�
ี
ั
ี
ื
�
ความเจริญมาสู่พ้นท่ตอนในของประเทศให้รารวยข้นได้” หรือประเทศน้น ๆ อีกท้งก็มิได้มีข้อจากัดเก่ยวกับระบอบ
่
ทว่าเมื่อถึงยุคที่ หลี่ เผิง ขึ้นด�ารงต�าแหน่งนายกรัฐมนตรี การเมืองการปกครองว่าเป็นแบบใด ตัวอย่างเช่น ในประเทศ
ทฤษฎีพัฒนาพื้นที่ตอนใน และภาคตะวันตกกลับไม่เคย ๔ เสือแห่งเอเชีย (ฮ่องกง, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และสิงคโปร์)
ึ
ถูกยกข้นมาในวาระการประชุมแห่งชาต ความแตกต่าง ก็ใช้การปกครองที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์”
ิ
ี
ระหว่างความเจริญบริเวณพื้นท่ชายฝั่งทะเลภาคตะวัน หรือประเทศจีนในปัจจุบันก็เป็น “สังคมนิยมอัตลักษณ์
็
ี
ู
ึ
ออกกับความเจริญในภาคตะวันตก และภาคกลางจึงถ่าง จน” ซงไม่ว่าจะมีรปแบบการปกครองแบบใด กมีแนวคิด
่
ิ
ั
ออกเรื่อย ๆ หรือทฤษฎีท่เรียกว่า “อานาจนิยมใหม่” เป็นตัวแบบท้งส้น
�
ี
๓
นอกจากประเด็นท้ง ๕ ท่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ทั้งนี้ประเทศที่ใช้แนวคิดอ�านาจนิยมใหม่ ส่วนใหญ่
ั
ี
�
ี
ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ความปลอดภัยในอาหาร จะเป็นประเทศท่กาลังพัฒนาหรือมีความต้องการท่จะ
ี
ั
สวัสดิการรักษาพยาบาล ฯลฯ ซ่งล้วนส่งผลกระทบ ปฏรูปเชิงระบบ โดยจะให้ความสาคัญกบการพัฒนา
ึ
�
ิ
ต่อระบบเศรษฐกิจมหภาค และชีวิตความเป็นอยู่ของ เศรษฐกิจเป็นส�าคัญ
ี
ิ
ี
�
�
ิ
ิ
ี
ประชาชน ทว่าส่งท่อดีตผู้นา เต้ง เส่ยวผิง เป็นกังวลท่สุด แนวคิดอานาจนิยมใหม่เร่มปรากฏให้เห็นในจีนปี
คือ ความแตกแยกทางชนชั้นในสังคม และการกระจาย ค.ศ.๑๙๘๖ ซ่งเป็นปีเดียวกับท่นักวิชาการรุ่นใหม่เร่ม
ี
ิ
ึ
ี
ความรารวยท่ไม่เท่าเทียมท่วถึง อันจะนามาซ่งความไม่สงบ ถกเถียงกันเก่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง (๑)ผู้นาท่ม ี
ี
ั
ี
่
�
�
ึ
�
ในสังคม และอาจก่อให้เกิดจลาจลไปทั่วแผ่นดินจีน ๔ ความสามารถ (๒)บทบาทของการรวมอ�านาจสู่ศูนย์กลาง
ในยุคถัดมา เต้ง เส่ยวผิง เลือกทายาททางการ เพ่อจะนาประเทศไปสู่ความทันสมัย และ (๓)สถานการณ์
ิ
ี
ื
�
เมืองเอาไว้ไม่ดี เขาเลือก เจียง เจ๋อหมิน และ หู จิ่นเทา ในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เป็น
�
ึ
ึ
�
ข้นมาเป็นผู้นารุ่นท ๓ และ ๔ ตามลาดับ ซ่งพวกเขา อุตสาหกรรมใหม่
่
ี
ไม่เพียงแต่จะไม่ใส่ใจต่อปัญหาการกระจายรายได้ท ่ ี
๓ หยางจงเหม่ย, สีจิ้นผิง บนทางแยกประวัติศาสตร์จีน, แปลโดย กนิษฐา ลีลามณี (กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๗), ๒๘ - ๓๖.
๔ หยางจงเหม่ย, สีจิ้นผิง บนทางแยกประวัติศาสตร์จีน, ๔๐.
๕ หยางจงเหม่ย, สีจิ้นผิง บนทางแยกประวัติศาสตร์จีน, ๔๒.
นาวิกศาสตร์ 49
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓

