Page 60 - นาวิกศาสตร์ มกราคม ๒๕๖๓
P. 60
รูปที่ ๓ แสดงอัตราการเติบโต และปริมาณผลผลิต แนวคิดอ�านาจนิยมใหม่ของจีน โดย ประธานาธิบดี
มวลรวมในประเทศ ๑๐ อันดับสูงสุดของโลก โดยจีนมี สี จิ้นผิง และกลุ่มคณะ มีสาระส�าคัญ คือ การให้ความ
�
อัตราการเติบโตของผลผลิตมวลรวมสูงสุดรองจากอินเดีย สาคัญกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจผ่านการ
และมีปริมาณผลผลิตมวลรวมในประเทศสูงสุดรองจาก ลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้จีนมีความทันสมัย เจริญรุ่งเรือง
สหรัฐอเมริกา ภายใต้ระบอบสังคมนิยม การสร้างความเป็นเอกภาพ
ั
�
้
ั
จากการผลกดนการฟื้นฟประเทศครงใหญ่ตามท ี ่ แก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน การสร้างจิตสานึกให้สมาชิก
ั
ู
ั
กล่าวมานี้ สี จิ้นผิง ตั้งเป้าหมายว่า ประเทศจีนจะเป็น พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีระเบียบวินัย รวมท้งต้องมีการ
ั
สังคมท่ประชาชนมีฐานะพออยู่พอกินอย่างท่วถึง ภายใน สร้างความเช่อม่นของประชาชนต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนน้น
ั
ี
ั
ื
ปี ค.ศ.๒๐๒๐ โดยที่จีน ณ วันนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นชาติที่มี ได้กลายเป็นโมเดลของระบอบการปกครอง ที่ควรศึกษา
เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกแล้ว และให้ความสนใจ เพราะการบริหารจีนในปัจจุบัน ไม่ใช่
การปกครองแบบเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จอย่างในอดีต
สรุป จุดน้ทาให้ระบอบการเมืองของจีนกลายเป็นแบบอย่างท ี ่
�
ี
ึ
ื
ี
การปฏิรูปประเทศจีน ซ่งมีพ้นท่ขนาดใหญ่ และ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ั
�
�
�
ประชากรยังมีความยากจนเป็นจานวนมากน้น จาเป็น ปัจจุบัน แนวคิดอานาจนิยมใหม่น้นยังไม่ม ี
ั
ต้องใช้แนวทางการบริหารประเทศแบบอานาจนิยมใหม่ การศึกษาอย่างกว้างขวางมากนัก ทาให้มีข้อมูล และ
�
�
อีกท้งยังต้องสร้างความชอบธรรมระหว่างพรรค ทฤษฎีท่สามารถอธิบายแบบเฉพาะเจาะจงอย่างจากัด
ี
�
ั
คอมมิวนิสต์ รัฐบาล และประชาชน ซ่งในจุดน ประธานาธิบด ี โดยจะกล่าวถึงระบอบการปกครองหลาย ๆ ระบอบ
ึ
ี
้
ี
ี
ส จ้นผิง เลือกท่จะใช้การปราบปรามคอร์รัปชันอย่าง มาเปรียบเทียบกัน มีการนาทฤษฎีท่ได้รับการคิดค้น
ี
�
ิ
ี
ื
้
จริงจังเพ่อสร้างความชอบธรรม และความไว้วางใจจาก หรือนิยามข้นมาก่อนหน้านมาอธิบาย ทาให้งานวิจัย
�
ึ
ิ
ประชาชน อีกทั้งยังก่อให้เกิดค่านิยมที่ดีต่อสังคม ท�าให้ มองประเด็นปัญหา หรือส่งท่น่าสนใจไม่ครบทุกด้าน
ี
�
การรวมอานาจการปกครอง และการกระจายอานาจ มีเฉพาะด้านที่สามารถเปรียบเทียบกันได้เท่านั้น
�
ทางเศรษฐกิจสามารถดาเนินนโยบายให้เกิดผลได้อย่าง บทความน้ศึกษาเฉพาะการปกครองจีนภายใต้
�
ี
รวดเร็วและต่อเน่อง ทาให้เกิดเสถียรภาพการเมืองและ แนวคิดอานาจนิยมใหม่ในยุคของ ส จ้นผิง ปี ค.ศ.๒๐๑๓
ี
ื
�
�
ิ
เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ถึง ๒๐๑๙ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูล
ั
ี
ิ
ประธานาธิบด ส จ้นผิง และกลุ่มคณะ มีบทบาท และวิเคราะห์น้นสามารถอธิบายสภาพการณ์ หรือ
ี
ึ
ี
ในการเปล่ยนการปกครองของจีนจากแนวคิดสังคมนิยม พฤติกรรมต่าง ๆ ของจีนได้ในระดับหน่ง ซ่งในความ
ึ
ก้าวสู่แนวคิดอ�านาจนิยมใหม่ (Neo - Authoritarianism) เป็นจริงน้นพบว่ายังมีอีกหลายประเด็นปลีกย่อย
ั
ี
�
ซ่งทาให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองสูง โดยมีลักษณะ ท่สามารถศึกษาและวิเคราะห์ ภายใต้บริบทเดียวกัน
ึ
รวมอานาจทางการเมือง การปกครองเข้าสู่ศูนย์กลาง ได้อก เช่น การศกษาการบริหารงานกองทัพโดยระบบ
�
ี
ึ
และกระจายอานาจทางเศรษฐกิจในลักษณะพิเศษแบบ เสนาธิการร่วม ภายใต้แนวคิดอานาจนิยมใหม่ การศึกษา
�
�
อัตลักษณ์จีน ส่งผลต่อการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ต่อผู้ที่มีความเห็นต่าง
และการทหารภายในประเทศ อีกท้งการก้าวเป็น กับรัฐบาล เป็นต้น
ั
มหาอ�านาจ
ี
ิ
ึ
ึ
ึ
ื
“ประวัติศาสตร์ คือ การศึกษาส่งท่เกิดข้นในอดีต ซ่งในวันหน่งข้างหน้า เช่อว่าแนวคิดอ�านาจนิยมใหม่ของจีนก็จะถูก
บันทึกในประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการการปกครองของจีน”
นาวิกศาสตร์ 58
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓

