Page 39 - นาวิกศาสตร์ สิงหาคม ๒๕๖๓
P. 39

ตอร์ปิโด กับ ทุ่นระเบิด
                  ื
                                                            �
                                          ื
                                                                           �
                เพ่อไม่ให้เกิดความสับสน และเพ่อให้มีความชัดเจนของคาว่าตอร์ปิโด กับคาว่า ทุ่นระเบิด ในบทความเร่องน  ี ้
                                                                                                  ื
            จึงขอบอกว่าตอร์ปิโด ก็คือ ทุ่นระเบิด และ ทุ่นระเบิด ก็คือ ตอร์ปิโด ดังนั้นจึงขอเล่าให้ฟังดังต่อไปนี้
                คุณครูพลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์ ท่านเล่าเอาไว้ในหนังสือ “ประวัติการทหารเรือไทย”พ.ศ.๒๕๐๘ ว่า
                                         ั
                                                                  ื
                                                                     ั
                                                     �
                                                     ้
                “ทางราชการทหารเรือไทย เคยส่งทุ่นระเบิดใต้นามาใช้ราชการเม่อคร้งพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เป็นผู้บังคับการ
                          ิ
                     ุ
                                                                      ี
                               ้
                                                              ุ
                                     ั
                               �
                                                                                  �
                                                                                  ้
            กรมแสง ท่นระเบดใต้นาสมัยน้นบางทีก็เรียกว่าตอร์ปิโด เป็นท่นระเบิดท่วางทอดอยู่ใต้นา บังคับการยิงจากสถาน  ี
                    ื
            บนฝั่ง เม่อมีเรือข้าศึกเเล่นผ่านเข้ามาในสนามทุ่นระเบิดตรงกับทุ่นระเบิดลูกใดท่วางทอดไว้ ก็บังคับให้ทุ่นระเบิดลูกนั้น
                                                                        ี
                                                               �
                                              �
                                                                           ั
                  ึ
                                                         ื
                                              ้
            ระเบิดข้น ได้มีการใช้ทุ่นระเบิดป้องกันปากนาเจ้าพระยาเม่อคราวทาการสู้รบกับฝร่งเศสสมัย ร.ศ.๑๑๒ ในการวางทุ่น
            ระเบิดครั้งนี้ มีเวลาวางได้เพียง ๔ สถานี เป็นจ�านวนทุ่นระเบิดทั้งหมด ๑๖ ลูกเท่านั้น และวางระเบิดเสร็จก่อนท�าการ
                                        ื
            สู้รบกับฝร่งเศสเพียงวันเดียว ท้งน้เน่องจากได้รับดินระเบิดท่มาจากสิงคโปร์ในเวลากระช้นชิด เจ้าหน้าท่ไม่มีเวลาบรรจ  ุ
                                                                                          ี
                                                          ี
                                                                               ั
                    ั
                                    ั
                                      ี
                                                                         ้
            ดินระเบิด และวางทุ่นระเบิดให้ได้จานวนมากกว่าน ในการสู้รบกับฝร่งเศสคร้งน ฝ่ายไทยได้ยิงทุ่นระเบิดเพียงลูกเดียว
                                                                       ั
                                                                 ั
                                                                         ี
                                       �
                                                   ้
                                                   ี
                                                                ั
                                                  ั
            และก็ไม่ได้ผลสมความมุ่งหมาย เพราะทุ่นระเบิดน้นห่างจากเรือรบฝร่งเศส (เรือแองคองสตังต์) ประมาณ ๓๐ - ๔๐ หลา
            จึงไม่สามารถจะท�าอันตรายแก่เรือนั้นได้”
                                                                                                  ั
                                                                       ื
                “ต่อมากองทัพไทยได้ปรับปรุงกิจการฝ่ายทุ่นระเบิดให้เป็นหลักฐานเม่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๔๐ ได้แต่งต้งให้
            นาวาตร เซอเรนเซน (Lieutenant Commander Sorensen) นายทหารชาติเดนมาร์ก เป็นผู้บังคับการ ซ่งในสมัยน้น
                                                                                             ึ
                                                                                                    ั
                  ี
                                                               ี
                                                                            �
                                                                                    ั
                                                                ิ
                                                                      �
            กองทัพเรือไทยยังไม่มีเรือพิฆาตฯ และเรือตอร์ปิโด ลูกตอร์ปิโดชนิดท่ว่งไปใต้นาด้วยกาลังลมอัดน้นมีใช้ในกองทัพเรือไทย
                                                                      ้
            เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๑ ซึ่งเป็นปีที่เรือพิฆาตฯ เสือทยานชล เเละเรือตอร์ปิโดที่ ๑-๒-๓ สร้างจากญี่ปุ่นเดินทาง
            มาถึงกรุงเทพฯ
            ร�าจวน นภีตะภัฎ ได้อธิบายไว้ใน “พจนานุกรม อภิธานศัพท์การเรือ พ.ศ.๒๕๔๒” เกี่ยวกับค�าว่า “TORPEDO”
                Torpedo (๑) คือ ปลาไฟฟ้า ปลาที่ฆ่าเหยื่อโดยการปล่อยกระเเสไฟฟ้าใส่เหยื่อเมื่อสัมผัส ปลาชนิดนี้มีขนาด
            หนักตั้งแต่ ๒๐ - ๑๐๐ ปอนด์ กระแสไฟฟ้าแรงพอที่จะท�าให้คนตายได้
                Torpedo (๒) คือ ทุ่นระเบิดใต้น�้า
                                    ี
                Torpedo (๓) คือ อาวุธท่ปล่อยออกจากเรือรบ สามารถควบคุมระดับลึก และทิศทางสู่เรือของข้าศึกได้ จะระเบิด
            เมื่อชน หรือครูดไปกับเรือของข้าศึก
                Torpedo Boat คือ เรือใช้ตอร์ปิโด เรือรบขนาดเล็ก ความเร็วสูง มีอาวุธหลักคือตอร์ปิโด
                Torpedo Catcher คือ เรือพิฆาตตอร์ปิโด เรือเร็วที่ใช้ท�าหน้าที่โจมตี และท�าลายเรือใช้ตอร์ปิโด
                Torpedo Gunboat คือ เรือปืนที่ติดอาวุธตอร์ปิโด ด้วย
                                                                                     นาวิกศาสตร์     37
                                                                                     ปีที่ ๑๐๓  เล่มที่ ๘  สิงหาคม ๒๕๖๓
   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44