Page 48 - นาวิกศาสตร์ สิงหาคม ๒๕๖๓
P. 48

ภาพประวัติศาสตร์
                                       ปืนเสือหมอบที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ก�าลังยิง
                                  พลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์ ถ่ายภาพ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๕

                                         ปืนผลุบโผล่ ปืนเสือหมอบ


                ฝ่ายฝรั่งเศสได้กล่าวถึงปืนที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าไว้ว่า
                “ปืนเหล่านี้เมื่อยิงจึงโผล่ขึ้น ครั้นยิงเเล้วก็ผลุบลงไปในหลุม ซึ่งมีเกราะก�าบังไว้อย่างเเข็งแรง”
                                                                 ้
                                        ึ
                                    ี
                                    ่
                “ปืนผลุบโผล่” หรือปืนทโผล่ข้นมายิงแล้วผลุบลงไป ดังกล่าวน คือปืนท่คนไทยเราเรียกว่า ปืนเสือหมอบ น่นเอง
                                                                                                  ั
                                                                 ี
                                                                       ี
            เป็นปืนท่สร้างไว้ในหลุม เวลายิงปืนก็จะยกตัวข้น ปากกระบอกปืนพ้นปากหลุม เม่อยิงไปแล้วจะลดตัวลงมาอยู่ในหลุม
                                                ึ
                   ี
                                                                          ื
            ตามเดิม จึงเรียกว่า ปืนเสือหมอบ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Disappearing Gun หรือ Disappearing Carriage ที่
            ป้อมพระจุลจอมเกล้ามี ๗ กระบอก ที่ป้อมผีเสื้อสมุทรมี ๓ กระบอก
                ปืนเสือหมอบเป็นปืนท่สร้างข้นระหว่างพุทธศักราช ๒๔๒๘ - ๒๔๒๙ โดยบริษัท Sir W.G.Armstrong ตัวปืนใหญ่
                                 ี
                                      ึ
            หมุนได้รอบตัว ความกว้างปากกระบอกปืน ๖ น้ว เป็นปืนแบบบรรจุท้าย (Breech Loading/breech แปลว่า
                                                   ิ
            ท้ายล�ากล้องปืน) นับว่าเป็นปืนใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น ได้ติดตั้งปืนเสือหมอบที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าที่เพิ่งสร้าง
            เสร็จไม่ถึงเดือน ก็ได้ใช้ยิงต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒

                              46
                 นาวิกศาสตร์
                 ปีที่ ๑๐๓  เล่มที่ ๘  สิงหาคม ๒๕๖๓
   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53