Page 46 - นาวิกศาสตร์ สิงหาคม ๒๕๖๓
P. 46
ี
ึ
ั
�
ดังน้นผู้ท่ข้นไปบนเรือแองคองสตังต์ต่างก็พากันกลับ มิสเตอร์แจคสันนาร่องสยามยังคงอยู่ในเรือเซย์ มิได้กลับไป
ยังเรือน�าร่อง ม.จิเกล กัปตันเรือเซย์ได้ขึ้นไปบนเรือแองคองสตังต์ ท�าหน้าที่น�าร่องตามที่ได้ตกลงกันไว้ ต้นเรือเรือเซย์
ท�าหน้าที่เป็นกัปตันเรือเซย์แทน ม.จิเกล เรือสตรูออกจากเทียบเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
้
้
ขณะนี้น�้าที่สันดอนก�าลังจะขึ้น นายนาวาโท โบรี ผูบังคับการเรือแองคองสตังต ไดกลาวไวแลวที่จะเดินทางเขาไป
้
์
้
่
้
ในแม่น�้าให้จงได้ จึงได้จัดเรือกลไฟเล็กของเรือแองคองสตังต์ออกไปหยั่งน�้าล่วงหน้าที่บริเวณโป๊ะจับปลา
ส่วนกัปตันวิลนั้น เมื่อกลับไปถึงเรืออรรคราชวรเดชแล้ว ก็ได้ชักธงสัญญานประมวลให้ทางป้อมพระจุลจอมเกล้า
ทราบ “เตรียมพร้อม”
ทางเรือเเองคองสตังต์ก็ไม่ยอมให้เสียเวลา เพราะจะได้เวลาน�้าลดเสียก่อน จะผ่านสันดอนไม่ได้ และตามสัญญา
ทางพระราชไมตรี ค.ศ.๑๘๕๖ ก็ระบุชัดเจนแล้วว่ามีสิทธิ์ที่จะเข้าไปจนถึงปากน�้าได้
�
ั
ี
ี
นายนาวาโท โบร ผู้บังคับการเรือแองคองสตังต์ จึงส่งออกเรือทันท เรือเซย์นาหน้า ตามด้วยเรือเเองคองสตังต์ และ
เรือโคแมต เดินหน้าเต็มตัว ระยะห่างระหว่างล�า ๔๐๐ เมตร มีเรือสินค้าอังกฤษ ๓ ล�า แล่นออกมาสวนทางกับเรือรบ
ฝรั่งเศส อากาศตอนนั้น ครึ้มฝน มีเมฆทางขอบฟ้าทิศตะวันออก ลมอ่อน ๆ ทะเลมีคลื่นเล็กน้อย ดวงอาทิตย์ก�าลังจะ
ลับขอบฟ้า
เวลา ๑๘๐๕ เรือรบฝรั่งเศสผ่านสันดอนปากน�้าเจ้าพระยา ระดับน�้าที่สันดอนขึ้นสูง ๑๔ ฟุต
ท้ง ๆ ท่ได้มีโทรเลขไปยังรัฐบาลฝร่งเศสท่กรุงปารีสแล้ว และก็ได้ตอบทางโทรเลขรับรองตกลงว่าจะส่งเลิกการ
ี
ั
ี
ั
ั
ั
�
้
ี
็
ุ
ื
ั
่
ู
้
่
�
ั
ทจะส่งเรอรบเข้ามาในแม่นาอกนนแล้ว ม.ปาวี ราชทตฝรงเศสประจากรงเทพฯ กได้ตกลงยอมไม่ให้เรอรบฝรงเศส
่
ี
ื
เข้ามา และได้ขอเรือกลไฟให้นายทหารเรือออกไปห้ามแล้ว แต่เรือรบฝรั่งเศสทั้ง ๒ ล�า ยังดื้อด้าน แล่นเลยข้ามสันดอน
เข้ามาจนได้ เป็นเหตุให้เกิดการสู้รบกันขึ้นที่ปากน�้าเจ้าพระยาในตอนเย็นวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ร.ศ.๑๑๒ จนได้
เวลา ๑๘๑๕ ฝนหยุดตก จึงได้เห็นเรือรบฝรั่งเศสทั้ง ๒ ล�า เรือเซย์แล่นน�าหน้าเข้ามาในสันดอนแล้ว และผ่าน
ประภาคาร
ื
เวลา ๑๘๓๐ เรือรบฝรงเศสแล่นมาถึงทุ่นดา (Turning buoy/เครองหมายทางเรือในสันดอน) ซงเป็นจุดเลยว
่
ึ
่
่
ั
ี
้
�
ของร่องน�้า
เวลา ๑๘๔๕ เมื่อเรือรบฝรั่งเศสล่วงล�้าเข้ามา ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงเริ่มยิงด้วยนัดดินเปล่าไม่มีกระสุน (blank
cartridge) ไป ๒ นัด เป็นการเตือนเรือรบฝรั่งเศสกลับไปเสีย ไม่ให้ล่วงล�้าเข้ามา แต่เรือรบฝรั่งเศสไม่สนใจต่อเสียงปืน
ื
ยังคงแล่นเร่อยเข้ามาอย่างเดิม ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงยิงนัดท ๓ ให้กระสุนข้ามหัวเรือลาหน้าไป และต่อมาก็ยิง
�
้
ี
่
ี
�
นัดท ๔ ให้กระสุนข้ามหัวเรือเช่นกัน เรือฝร่งเศสลาหน้าทาท่าว่าจะหยุด และหันกลับออกไป แต่ในไม่ช้าก็แล่นมา
่
ั
�
ตามเข็มเดิมอีก พร้อมกับชักธงชาติฝรั่งเศสขึ้นที่ยอดเสา ทุกเสา และที่เสากาฟฟ์ด้วย เป็นการประจ�าสถานีรบ หันปืน
ไปทางป้อมพระจุลจอมเกล้า ถอดปล่องลมออก ปิดช่องแสงสว่างทั้งหมด เตรียมพร้อมที่จะยิงตอบ เรือแองคองสตังต์
�
แล่นมุ่งหน้าตรงมายังเรือทุ่นไฟ ทางป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงทาการยิงเรือรบฝร่งเศสด้วยปืนทุกกระบอก โดยเล็งยิง
ั
หมายถูกเป้าเลยทีเดียว
ทางป้อมพระจุลจอมเกล้า ก็ตลบไปด้วยแสงไฟ และควันปืน แม้ว่าเรือรบฝรั่งเศสจะอยู่ห่างถึง ๔,๐๐๐ เมตร แต่ก็
นับว่ายิงได้ตรงเป้าดีมาก แต่เรือรบฝร่งเศสก็ยังไม่ทาการยิงตอบโต้โดยทันทีเพราะเห็นว่าระยะยังไกลอยู่ และปืน
�
ั
ป้อมพระจุลจอมเกล้า เป็นปืนชนิดผลุบโผล่อยู่ในหลุม จะยิงกระสุนปรายในระยะนี้คงจะไม่ได้ผลจริงจัง จึงแล่นเรียง
ั
�
้
ตามกันมาด้วยความเร็ว ๑๐ นอต กระสุนปืนจากป้อมพระจุลจอมเกล้าได้กระทบนาแตกกระจายอยู่รอบ ๆ เรือฝร่งเศส
เฉียดไปมา
44
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓

