Page 26 - นาวิกศาสตร์ เดือน มีนาคม ๒๕๕๙
P. 26
อาณาจักรให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานา ทั้งหมด ๓๑,๒๑๔ ไมล์ จากระยะทางที่เสด็จทั้งหมด
อารยประเทศ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขแก่ทวยราษฎร์ รวมทั้งสิ้น ๓๔,๔๑๖ ไมล์ ตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ถึง
๓
ทั้งปวง จึงทรงมีพระวิริยะอุตสาหะเสด็จเยี่ยมเยือน ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๔๐ เป็นเวลารวมทั้งสิ้น
ราษฎรตามหัวเมืองเป็นนิตย์ เพื่อนำสิ่งที่พระองค์ได้ ๒๕๔ วัน ด้วยพระราโชบายหลักที่สำคัญ ๒ ประการ
ทอดพระเนตรเห็นจากการเสด็จประพาสประเทศ คือ เพื่อศึกษาเรียนรู้ถึงความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ
เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง อาทิ สิงคโปร์ ชวา อินเดีย อันที่จะนำมาปรับปรุงให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
และแหลมมลายู เป็นต้น มาปรับปรุงพัฒนาบ้านเมือง ประเทศ และดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์แนะนำ
ให้ก้าวหน้า ซึ่งในขณะนั้นประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการใช้เรือเป็น
ล้วนแล้วแต่เป็นเมืองขึ้นของชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ในยุโรป พระราชพาหนะชักธงชาติไทยไป “อวดธง”
ทั้งสิ้น พระองค์ท่านจึงมีพระราชดำริที่จะเสด็จไปเยือน ในน่านน้ำต่างประเทศ อันเป็นประเพณีสากลดั้งเดิม
ยุโรปเพื่อดูความเจริญของประเทศต้นแบบ ดังจะเห็นได้ เก่าแก่ของประเทศเอกราชที่มีมาแต่ครั้งโบราณ
จากประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๒๒ พระบาทสมเด็จ ซึ่งนับว่าสัมฤทธิผลดังเป็นที่ทราบกันดี
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปรารภว่า (การอวดธง คือ การที่เรือรบของชาติหนึ่งเดินทาง
“จะเสด็จประเทศยุโรป โดยใช้เรือเวสาตรี เป็นเรือพระที่นั่ง ไปสู่น่านน้ำต่างประเทศในยามสงบศึก เพื่อความมุ่งหมาย
๒
และเรือพิทยัมรณยุทธ์ เป็นเรือรบตามเสด็จ” ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางรัฐประศาสโนบาย
ในระยะนั้นลัทธิการล่าเมืองขึ้นของประเทศ แห่งประเทศเจ้าของธงนั้น และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
มหาอำนาจได้แผ่เข้ามาใกล้ประเทศไทยมากขึ้นทุกที ได้ถือหลักเดียวกันว่า เรือรบคืออาณาเขตส่วนหนึ่งของ
ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านทรงเล็งเห็น ประเทศที่เป็นเจ้าของ เป็นอาณาเขตที่เคลื่อนที่ไปได้
การณ์ภายภาคหน้าว่า หากเมืองไทยไม่ก้าวหน้าและ ในน่านน้ำสากล และเมื่อเรือรบอยู่น่านน้ำของประเทศใด
ตามทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ก็อาจจะเสียทีตกเป็น จะได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตที่ประเทศอื่นจะล่วง
เมืองขึ้นของมหาอำนาจไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่งเป็นแน่ ละเมิดมิได้ เรือรบยังเป็นส่วนหนึ่งของกำลังรบทางน้ำ
พระองค์จึงได้ดำเนินพระราโชบายด้านการเมือง การนำเรือรบเข้าไปในน่านน้ำของรัฐอื่น ตามมารยาทแล้ว
ระหว่างประเทศด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ โดยได้เสด็จ ถือเป็นการเยี่ยมเยือนโดยเกียรติยศ เป็นการบอกเล่าอวด
เยือนชาติมหาอำนาจในยุโรปที่มีพระมหากษัตริย์เป็น สมรรถนะขีดความสามารถและแสนยานุภาพของ
ประมุขในเวลานั้น อันได้แก่ เยอรมัน อิตาลี รัสเซีย กองทัพเรือประเทศนั้น ๆ อีกด้วย ทหารเรือทั่วโลก
อังกฤษ ฯลฯ เพื่อเจริญพระราชไมตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จึงถือว่าการอวดธงเป็นภารกิจสำคัญอันหนึ่งในยามสงบ)
ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินประมุขของมหาอำนาจต่าง ๆ ก็ได้ พระราชพาหนะที่ทรงใช้ “อวดธง” ในครั้งนั้นก็คือ
ให้การรับรองพระองค์ท่านเป็นอย่างดี ในฐานะที่ทรง “เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่ ๑)”
เป็นพระเจ้าแผ่นดินเสมอกัน การที่บรรดามิตรประเทศ ล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้เกียรติเช่นนี้ เป็นดุลอำนาจที่ทำให้ประเทศไทย รัชกาลที่ ๕ ได้เริ่มเสด็จต่างประเทศทางทะเลครั้งแรก
เอาตัวรอดจากการเป็นเมืองขึ้นในครั้งนั้นได้ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๑๓ โดยใช้เรือเป็น
การเสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ในยุโรปของสมเด็จ พระราชพาหนะเสด็จเยือนสิงคโปร์และชวา ทรงใช้
๔
พระพุทธเจ้าหลวงครั้งแรกในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ เรือพระที่นั่ง “พิทยัมรณยุทธ์” (Regents) ต่อมาทรง
เป็นการเสด็จทั้งทางทะเลและทางบก โดยการเสด็จ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต่อเรือด้วยเหล็กอีกลำหนึ่ง
จากประเทศไทยข้ามน้ำข้ามทะเล เป็นระยะทาง โดย พลเรือโท พระองค์เจ้าสายสนิทวงค์ เป็นผู้รับสนอง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 25

