Page 152 -
P. 152

เช่น ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ มากมาย ที่จะใช้เป็นประโยชน์ได้มากมาย สามารถใช้เพื่อการด�ารงชีวิต
                                     ื
                  ้
            ในภพนี แต่ก็ควรตระหนักในเร่องของการใช้สอยให้มีประโยชน์ ให้มีความพอเพียง ไม่ละโมบโลภมาก ไม่ลุ่มหลง
            ในเรื่องวัตถุนิยมจนเกินความพอดี
                            ื
                ๒. ประโยชน์เบ้องหน้า (สัมปรายิกัตถะ) หมายถึง
            ประโยชน์อันจะเกิดมีข้นในอนาคต เช่น การปฏิบัติส่งน  ี ้
                                                      ิ
                              ึ
                              �
            หรือส่งน้นแล้ว จะทาให้เกิดประโยชน์ได้ในอนาคต
                 ิ
                    ั
            ตัวอย่าง การมีจิตส�านึกในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของ
                                             �
            ประเทศแบบประหยัด ใช้เฉพาะแต่ในสิ่งที่จาเป็น ก็จะเป็น
                 �
                ุ
                                     ิ
                       ั
            เหตทาให้ทรพยากรธรรมชาตของประเทศไม่หมดไป
            ยังเหลือเพื่อใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต  เป็นต้น
                ๓. ประโยชน์สูงสุด (ปรมัตถะ)  หมายถึง  เป็นประโยชน์
            อย่างยิ่ง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  เป็นประโยชน์สูงสุด
            เป็นประโยชน์ยาวนาน เช่น การประพฤติปฏิบัติตาม       การเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
            กฎหมายบ้านเมือง ไม่ล่วงละเมิดกระทาผิดกฎหมาย ตัวของผู้ปฏิบัติตามกฎหมายก็ไม่มีความผิด ไม่ต้องถูกลงโทษ
                                           �
            ในปัจจุบัน และถ้ารักษาความประพฤติดีนั้นไว้ ในอนาคตก็ไม่มีความผิดเกิดขึ้นได้เช่นกัน เป็นประโยชน์สูงสุด
                    ื
                                             ั
                                                               ี
                ในเร่องของผลประโยชน์ทับซ้อนน้น  ในการปฏิบัติหน้าท่จะต้องระมัดระวังถึงผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ
            ความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมท่อาจจะเกิดมีข้น ซ่งเป็นปัญหาทางการบริหารสืบมา
                                                                           ึ
                                                                       ึ
                                                            ี
            ผลประโยชน์ทับซ้อนน้น จะเป็นส่งท่ทาลายให้ระบบการปฏิบัติงานของทางราชการ ตลอดถึงหน่วยงานต่าง ๆ เกิดปัญหา
                             ั
                                       ี
                                        �
                                     ิ
                                                    ื
                                                       ื
                                                               ึ
            การทุจริต การประพฤติมิชอบในทางราชการสืบเน่องเร่อยมา  ซ่งสามารถประมวลสาเหตุแห่งการเกิดผลประโยชน์
            ทับซ้อนพอเข้าใจได้ ดังนี้
                                                                          �
                                               �
                                                                                               ื
                                                                                          ี
                                                                                                  ื
                ๑. มีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะอาศัยตาแหน่งการงาน  หมายถึง อาศัยตาแหน่งท่ม อานาจท่ได้ เพ่อเอ้อต่อ
                                                                                    �
                                                                                  ี
                                                                                 ี
                                                                                               ั
                                                                                   ื
            ผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง ให้แก่พวกพ้อง จะเป็นผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม เช่น เม่อได้รับการแต่งต้งให้เป็น
            ผู้บริหารหน่วยงาน ก็ใช้อ�านาจนั้น แสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณของทางราชการ มีการสมยอมในการจัดซื้อ
            จัดจ้างงานในราชการที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้น
                ๒. มีผลประโยชน์ทับซ้อนในหน้าที่การงาน หมายถึง การปฏิบัติราชการโดยมีผลประโยชน์แอบแฝง เช่น ปฏิบัติ
            งานไม่ถูกต้องตามเวลาที่ก�าหนด ไม่เต็มเวลา มาสายกลับก่อน หรือเอาเวลาของทางราชการไปประกอบกิจการอื่น ๆ
            เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เป็นต้น
                ๓. มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องระบบของทางราชการ หมายถึง ความต้องการเข้าไปมีต�าแหน่งหน้าที่การงาน
            ของทางราชการ เพื่อจะได้อาศัยในอ�านาจของต�าแหน่งหน้าที่ ในการเปลี่ยนแปลงระเบียบ นโยบาย กฎเกณฑ์ต่าง ๆ
            ของทางราชการ เพื่อให้เอื้อต่อธุรกิจการงานของตนเอง เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง  เช่น นักการเมือง
            ซึ่งมีหน้าที่ออกกฎหมาย ได้หาช่องโหว่ของกฎหมาย มีการแก้กฎหมาย เพื่อเอื้อต่อธุรกิจของตนเอง เป็นต้น
                                                            ั
                                                                                ั
                                ี
                                ้
                             ื
               วิธีการแก้ไขในเร่องน  ต้องสร้างจิตสานึกให้มีความละอายช่ว เกรงกลัวต่อบาป ให้ยึดม่นในความสุจริต มีจิตเสียสละ
                                           �
                                                                                             ี
                                                                                                   ิ
                                                                            ั
                     ่
                     ิ
            กระทาในสงทถกต้องไม่เหนแก่ได้ และแยกแยะให้ออกระหว่างประโยชน์ส่วนตนกบประโยชน์ส่วนรวม มความยนด  ี
                 �
                                 ็
                        ู
                       ี
                       ่
            พอใจในผลประโยชน์ของตนเท่านั้น
                 นาวิกศาสตร์  150
                 ปีที่ ๑๐๕  เล่มที่ ๕  พฤษภาคม ๒๕๖๕
   147   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157