Page 43 - นาวิกศาสตร์ ตุลาคม ๒๕๖๓
P. 43
สิงคโปร์ประมาณ ๕๐ ไมล์ ถือเข็มตรงมายังช่องแคบ ถือท้ายได้เสียการควบคุมการบังคับหางเสือให้แก่
�
ี
ึ
ี
ั
มะละกาเพื่อเข้าจอดเรือ ณ ฐานทัพเรือชางยี กองทัพเรือ พนักงานส่งจักรไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ซ่งขณะท่กาลังเปล่ยน
่
สิงคโปร์ (Changi Naval Base, Singapore) สภาพอุตุนิยม ระบบการควบคุมการสงหางเสอเพอรักษาเข็มให้ตรง
่
ื
ั
ื
ี
ื
ื
ี
ั
้
้
่
วทยาในพนท่วันนนสภาพคล่นลมทะเลมคลนเล็กน้อย ไว้นั้น พนักงานถือท้ายแก้เข็มไปทางขวา ๑ – ๔ องศา
ิ
ื
ั
ื
ลักษณะเป็นลูกคล่นยาวข้น และแตกเป็นฟองขาวบ่อย แต่ระบบหางเสือ (Lee Helm station) ส่งให้หางเสือ
ึ
ขึ้น โดยมีความสูงคลื่นประมาณ ๐.๕ – ๑ เมตร ท้องฟ้า ตรงในช่วงเวลาเดียวกัน ทาให้เรือเกิดอาการเบ่ยงเข็ม
�
ี
มีเมฆมาก ฟ้ามืด เวลาดวงอาทิตย์ขึ้น ๐๖๕๘ (GMT+8) ไปทางซ้าย อีกท้งผู้บังคับการเรือส่งลดความเร็วจาก
ั
ั
อุปกรณ์เดินเรือใช้งานได้ปกติ ซึ่งเส้นทางเดินเรือบริเวณ ๒๐ นอต เป็น ๑๐ นอต และ ๕ นอต ตามลาดับ
�
ั
ปากช่องแคบมะละกาตะวันออกมีการจราจรทางนาท ่ ี แตพนกงานส่งจักรลดความเร็วแค่เพลาซ้าย แต่เพลาขวา
�
่
ั
้
คับคั่งที่มีเรือมากกว่า ๒๐๐ ล�า แล่นผ่านต่อวัน ยังคงเดินหน้าตามเดิมด้วยความเร็ว ๒๐ นอต ต่อไปอีก
ในเวลา ๐๔๑๘ USS. John S. McCain อีก ๑๐ ไมล์ ๖๘ วินาที ก่อนท่พนักงานส่งจักรจะลดความเร็วให้เหลือ
ี
ั
้
ื
ั
ึ
่
ั
ื
ึ
้
จะเข้าใกล้เขตนาตน ซงตามกฎของกองทพเรอสหรฐฯ เท่ากัน ซ่งผลพวงความผิดพลาดของการบังคับหางเสือ
�
�
ิ
จะต้องปรับระดับความพร้อมในการนาเรือ ได้แก่ การเพ่ม และการลดความเร็วไม่เท่ากันท�าให้เรือเสียการควบคุม
�
ผู้ปฏิบัติงานบนสะพานเดินเรือ เช่น ชุดนาเรือ เปล่ยนเข็มไปทางซ้ายเข้าหาเรือขนาดใหญ่ ๓ ลา ท่ว่ง
ิ
ี
ี
�
ี
ยามตรวจการณ์ ยามเรดาร์เดินเรือ เป็นต้น ผู้บังคับการเรือ อยู่ในพ้นท่ TSS ของเรือท่กินนาลึก (heavily congested
ื
ี
้
�
Cmdr. Alfredo J. Sanchez ขึ้นมาบนสะพานเดินเรือ traffic area) รวมถึงเรือน�้ามัน Alnic ด้วย
ี
ั
ต้งแต่เวลา ๐๑๑๕ เน่องจากอยู่ในพ้นท่ท่มีเรือสัญจร แม้ว่าในขณะเวลาวิกฤติเช่นนี้ ผู้บัญชาการเรือ และ
ื
ี
ื
ึ
�
จานวนมาก ต้นเรือข้นมาบนสะพานเดินเรือเวลา พนักงานบนสะพานเดินเรือขาดการตระหนักรู้ถึงสถานการณ์
๐๔๓๐ ซงเวลา ๐๕๒๐ เรือได้เรมเข้าพนทแผนแบ่ง ภายนอกตัวเรอ (lost situational awareness)
ึ
ื
้
่
ิ
่
ื
่
ี
ึ
แนวจราจร (Traffic Separation Scheme : TSS) ซ่งไม่มีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกติของทิศทางท่เรือ
ี
ช่องแคบมะละกา ถือเข็ม ๒๓๐ ความเร็ว ๒๐ นอต กาลังแล่นไป รวมถึงข้อมูลเข็มและความเร็วสัมพันธ์
�
ี
้
ี
ั
�
�
�
้
ท้งน้ตามแผนยังไม่มีการประจาสถานีเดินเรือในร่องนา ของเรือเป้าท่อยู่ใกล้โดยเฉพาะเรือนามัน Alnic ท่เม่อ
ื
ี
(เตรียมสมอหัว เตรียมสายสูบน�้าดับเพลิง เตรียมทิ้งสมอ ผ่านไป ๓ นาที ภายหลังจากได้มีการรายงานหางเสือ
ื
เม่อเกิดเหตุคับขัน) จนกว่าเวลา ๐๖๐๐ เรือยังอยู่ในระดับ ขัดข้องแล้ว ความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์บังคับ
การผนึกน�้าขั้น ZEBRA หางเสือจากระบบหางเสืออะไหล่ (Aft Steering) พร้อม
ย้อนเวลา ๐๕๑๙ พนักงานถือท้ายและทาหน้าท ่ ี กับ พนักงานสั่งจักร (Lee Helm) ที่พยายามปรับแต่ง
�
ั
่
ื
ี
ส่งจักร (Helmsman) รายงานว่าหางเสือขัดข้อง เครองจกรใหญ่ท่ผิดพลาดให้กลับมาปกติ แต่ทุกอย่าง
ั
ั
ผู้บังคับการเรือจึงส่งให้แยกการควบคุมระหว่าง พนักงาน ก็สายไปแล้ว ในเวลา ๐๕๒๔ เรือ USS. JOHN S.
�
้
ถือท้าย (Helmsman) กับพนักงานสั่งจักร (Lee Helm McCAIN ได้แล่นไปตัดหน้าเรือนามัน ALNIC และเกิดการ
ึ
station) ซ่งไม่เป็นไปตามแบบฝึกการปฏิบัติงาน ชนเข้าบริเวณค่อนทางท้ายเรือกราบซ้ายของ USS. JOHN
�
ั
ิ
ื
้
้
บนสะพานเดินเรือท่กาหนดไว้ โดยพนักงานส่งจักร S. McCAIN นอกจากนนเรอทง ๒ ลา ยังไม่ปฏิบตตามกฎ
ั
�
ั
ั
ี
ได้ควบคุมหางเสือไว้กับตนเองด้วยตามระบบท่เคย การเดินเรือสากลในการให้สัญญาณหวูดสั้น ๕ ครั้ง หรือ
ี
ฝึกมาจึงเกิดความสับสนในการปฏิบัติงาน พนักงาน แม้แต่การติดต่อสื่อสารทางวิทยุ VHF Bridge to Bridge
ี
�
ั
ั
ั
ท้งสองส่วนรวมถึงผู้บังคับการเรือไม่ทราบว่าในขณะน้น เหตุการณ์เรือโดนกันคร้งน้ทาให้เรือ USS. JOHN S.
ี
�
ตาแหน่งใดควบคุมการถือท้ายท่แท้จริง และพนักงาน McCAIN เกิดรูทะลุขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง ๘.๕ เมตร
นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓

