Page 57 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 57

ั
               พระราชสมญญานามสมเด็จพระปิยมหาราช


































                       การเริ่มทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “มหาราช” ต่อท้ายพระนามพระมหากษัตริย์นั้นสันนิษฐาน

               ว่าเริ่มมีขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ประมาณรัชกาลที่ 5   เนื่องจากเป็นสมัยที่เริ่มมีการศึกษาค้นคว้า
                                                                                            ั
               ประวัติศาสตร์ของชาติและบรรพบุรุษมากขึ้น ท าให้ประจักษ์ถึงวีรกรรมและพระราชอจฉริยภาพของ
               พระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นๆ จึงได้มีการยกย่องพระมหากษัตริย์บางพระองค์ที่ทรงมีพระเกียรติคุณเด่นกว่า

               พระองค์อื่นขึ้นเป็น “มหาราช”
                       ส าหรับ “สมเด็จพระปิยมหาราช”  เป็นพระราชสมัญญาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อสมเด็จพระบรม
               โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงเป็นประธานจัดงานสมโภช
               โดยทรงเชิญชวนพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน ร่วมกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ คือ พระ
               บรมรูปทรงม้า ซึ่งประดิษฐาน ณ ลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม กรุงเทพมหานคร ที่ฐานของพระบรมรูปทรง

               ม้านี้ มีแผ่นโลหะจารึกข้อความเทิดพระเกียรติ พร้อมทั้งทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญาว่า “สมเด็จพระพทธเจ้า
                                                                                                    ุ
               หลวงปิยมหาราช”
                                                                                      ิ
                       พระปิยมหาราช มีความหมายว่า “มหาราชผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง” เป็นพระนามพเศษที่พสกนิกรตั้งถวาย
               พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามพเศษนี้จารึกไว้ที่ฐานพระบรมรูปทรงม้า ไม่เคยมี
                                                               ิ
               พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใดเคยมีมาก่อน ถือเป็นพระเกียรติสูงสุดที่พสกนิกรถวาย พระมหากษัตริย์ผู้ทรง
                                                     ุ
               เป็นที่รักมีปรากฏในคัมภีร์อรรถกถาของพระพทธศาสนาด้วยกัน 2 พระองค์ คือ “ปิยทัสสี” เป็นพระนามหนึ่ง
               ของพระเจ้าอโศกมหาราช มีความหมายว่า “ผู้เป็นที่รักใคร่ของเทพยดา” เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นธรรมราชา

                                                                           ี
                 ุ
                                   ุ
               อปถัมภ์ส่งเสริมพระพทธศาสนาตลอดรัชสมัย พระมหากษัตริย์อกพระองค์ คือ “เทวานัมปิยะดิส”
               พระมหากษัตริย์แห่งศรีลังกาที่น้อมรับพระพทธศาสนาจากอนเดียมายังศรีลังกา พระนามนี้มีความหมายว่า
                                                     ุ
                                                                  ิ
               “พระเจ้าดิสผู้เป็นที่รักของเทพยดา”  จากนั้นก็ไม่มีหลักฐานใดปรากฏพระนามของพระมหากษัตริย์ที่มี
               ความหมายว่าเป็นที่รักอีกเลยจนกระทั่งรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรค์แล้วพสกนิกรถวายพระนามนี้แด่พระองค์
   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62