Page 116 - sc 1001
P. 116
108
ี
ึ
ั
็
ิ
ิ
ู
3. เมฆชนตํ า เปนเมฆทเกิดขึ นที ระดับความสงจากพื นดินไม่เกน 2 กโลเมตร ซงสามารถ
ู
่
จําแนกตามลักษณะรปรางได้ดังน ี
้
เมฆสเตรตัส เปนเมฆแผ่นบาง สขาว ปกคลุมท้องฟาบรเวณ
็
ิ
ี
ิ
ึ
ิ
กว้าง และอาจทําให้เกดฝนละอองได้ มักเกดข นตอนเช้า
ี
ื
ิ
หรอหลังฝนตก บางคร ังอาจลอยตําปกคลุมพื นดน เรยกว่า
“หมอก”
็
ิ
เมฆสเตรโตคิวมูลัส เมฆก้อน ลอยตดกันเปนแพ ไม่มี
ี
รปทรงทชัดเจน มีชองว่างระหว่างก้อนเพียงเล็กน้อย มัก
ู
่
ิ
ี
ี
เกดขึ นเวลาทอากาศไม่ด และมีสเทา เนองจากลอยอยู่ในเงา
ื
ี
ของเมฆชั นบน
เมฆนิมโบสเตรตัส เมฆแผ่นหนาสเทาเข้ม คล้ายพื นดนท ี
ิ
ี
ิ
ี
ื
เปยกนํ า ทําให้เกดฝนตกพรําๆ หรอฝนตกแดดออก ไม่มี
็
้
้
้
้
พายุฝนฟาคะนอง ฟารองฟาผ่า มักปรากฏให้เหนสายฝนตก
ลงมาจากฐานเมฆ
4. เมฆกอตัวในแนวตัง เปนเมฆทอยูสงจากพื นดินตั งแต 500 - 20,000 เมตร แบงออกเปน
่
่
่
็
ี
ู
็
่
2 ชนด คอ
ื
ิ
ู
ี
เมฆคิวมูลัส เมฆก้อนปกปย สขาว รปทรงคล้ายดอกกะหลํา
ุ
ุ
็
ี
ฐานเมฆเปนสเทาเนองจากมีความหนามากพอทจะบดบัง
ี
ื
ี
้
็
แสง จนทําให้เกดเงา มักปรากฏให้เหนเวลาอากาศด ท้องฟา
ิ
เปนสฟาเข้ม
ี
็
้
่
เมฆคิวมูโลนิมบัส เมฆกอตัวในแนวตั ง พัฒนามาจากเมฆ
ี
ิ
่
ควมูลัส มีขนาดใหญมากปกคลุมพื นทครอบคลุมทั งจังหวัด
ิ
้
์
่
ทําให้เกดปรากฏการณทางธรรมชาตตาง ๆ เชน ฟาแลบ
่
ิ
้
ั
็
้
้
ฟารอง พายุฝนฟาคะนอง และบางคร งอาจมีลูกเหบตก

