Page 119 - sc 1001
P. 119
111
1.4 ฝน
ึ
ู
็
ื
คอ ไอนํ าทกลั นตัวเปนหยดนํ า แล้วตกลงมาบนพื นผิวโลก ซงเปนรปแบบหนงของการตกลงมา
็
ี
ึ
ู
ิ
ู
้
จากฟาของนํ า นอกจากฝนแล้วยังมีการตกลงมาในรป หมะ เกล็ดนํ าแข็ง ลูกเหบ นํ าค้าง ฝนนั นอยู่ในรป
็
ุ
ึ
หยดนํ าซงตกลงมายังพื นผิวโลกจากเมฆ ลักษณะของการเกดฝน สามารถแบงตามสาเหตการเกดได้
ิ
่
ิ
ี
ดังน
1. ฝนเกดจากการพาความรอน มวลอากาศรอนลอยตัวสงข น
ึ
ู
ิ
้
้
ู
ี
ึ
2. ฝนภูเขา มวลอากาศทอุ้มไอนํ าพัดจากทะเล ปะทะภูเขา จะลอยตัวสงข น
ู
ู
่
ิ
ิ
3. ฝนพายุหมุน ความกดอากาศสงเคลื อนไปสบรเวณความกดอากาศตํา มวลอากาศในบรเวณ
ความกดอากาศตํ าลอยตัวสงข น
ู
ึ
้
4. ฝนในแนวอากาศ มวลอากาศรอนปะทะมวลอากาศทมีอุณหภูมิเย็น มวลอากาศรอนลอยตัว
้
ี
สงข น
ู
ึ
1.5 ลูกเห็บ
ิ
ู
ี
ึ
้
ี
ื
็
ึ
คอ หยดนํ าทกลายสภาพเปนนํ าแข็ง เกดจากมวลอากาศรอนทลอยตัวสงข นพัดพาเม็ดฝนลอยข น
่
็
ี
ไปปะทะกับมวลอากาศเย็นทอยูด้านบน ทําให้เม็ดฝนจับตัวกลายเปนนํ าแข็ง เมื อตกลงมายังมวลอากาศ
ึ
ี
รอนทอยูด้านล่าง ความช นจะเข้าไปหอห้มเม็ดนํ าแข็งให้เพิ มข น จากนั นกระแสลมก็จะพัดพาเม็ดนํ าแข็ง
่
่
ุ
ื
้
วนซํ าไปซํ ามาหลายคร งจนเม็ดนํ าแข็งมีขนาดใหญข น และกระแสลมไม่สามารถพยุงเอาไว้ได้จงตกลงมายังพื นดิน
่
ึ
ึ
ั
สวนใหญจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 - 3 มิลลิเมตร ซงมักจะเกดข นในเขตพื นททมีอากาศ
ิ
ี
ึ
ี
ึ
่
่
ิ
่
็
ื
้
้
รอนมาก และเกิดในช่วงเปลี ยนจากฤดูรอนไปเปนฤดูฝน ทําให้เกดความเสยหายตอการเลี ยงสัตว์ เรอกสวน
ี
ิ
ื
่
ไรนา บ้านเรอน และเครองบน
ื
รูปที 4 แสดงลักษณะของลูกเห็บ

