Page 114 - sc 1001
P. 114
106
ื
์
เรองที 1 การเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติ
1.1 เมฆ (Clouds)
ู
ิ
ึ
“เมฆ” เปนไอนํ าทลอยตัวอยูในอากาศ เมื อได้รบความรอนจากดวงอาทตย์ก็จะลอยตัวสงข นจน
้
ั
่
็
ี
ไปกระทบกับมวลอากาศเย็นทอยูด้านบนทําให้กลั นตัวเปนละอองนํ าขนาดเล็กและเมื อละอองนํ า
ี
่
็
่
็
็
ิ
ี
็
ึ
เหล่านั นรวมตัวกันก็จะเปนเมฆ ตัวอย่างการเกดเมฆทเหนได้ชัด ได้แก “คอนเทรล” ซงเปนเมฆทสราง
ี
้
ิ
ื
ื
ุ
ึ
่
ู
ิ
ข นโดยฝมือมนษย์ เมื อเครองบนไอพ่นบนอยู่ในระดับสงเหนอระดับควบแนน ไอนํ าซงอยู่ในอากาศ
ี
ึ
ี
ึ
รอนทพ่นออกมาจากเครองยนต์ ปะทะเข้ากับอากาศเย็นซงอยู่ภายนอก เกดการควบแนนเปนหยดนํ า
่
ื
้
็
ิ
โดยการจับตัวกับเขม่าควันจากเครองยนต์ซงทําหน้าทเปนแกนควบแนน เราจงมองเหนควันเมฆสขาว
ี
ึ
ี
็
็
ื
ึ
่
ิ
็
ถูกพ่นออกมาทางท้ายของเครองยนต์เปนทางยาว ในการสรางฝนเทยมก็เชนกัน เครองบนทําการโปรย
่
้
ื
ี
ื
ี
่
ิ
็
สารเคมี “ซลเวอรไอโอไดด์” เพื อทําหน้าทเปนแกนควบแนนให้ไอนํ าในอากาศมาจับตัว และควบแนน
่
์
เปนเมฆ
็
ี
การเรยกชื อเมฆ
ิ
เมฆทเกดขึ นในธรรมชาตมี 2 ลักษณะ คอ เมฆก้อน และเมฆแผ่น เราเรยกเมฆก้อนว่า “เมฆ
ื
ี
ิ
ี
ิ
ิ
ื
ิ
ควมูลัส” และเรยกเมฆแผ่นว่า “เมฆสเตรตัส” หากเมฆก้อนลอยชดตดกัน เรานําชอทั งสองมารวมกัน
ี
และเรยกว่า “เมฆสเตรโตคิวมูลัส” ในกรณทเปนเมฆฝน เราจะเพิ มคําว่า “นมโบ” หรอ “นมบัส” ซง
ิ
ื
ี
ิ
ี
็
ึ
ี
ิ
แปลว่า “ฝน” เข้าไป เชน เราเรยกเมฆก้อนทมีฝนตกว่า “เมฆควมูโลนมบัส” และเรยกเมฆแผ่นทมีฝนตก
ี
ี
่
ิ
ี
ี
ื
ิ
ู
็
่
ว่า “เมฆนมโบสเตรตัส” เราแบงเมฆตามระดับความสงเปน 3 ระดับ คอ เมฆชั นตํา เมฆชั นกลาง และ
เมฆชั นสง
ู
็
หากเปนเมฆชั นกลาง (ระดับความสง 2 - 6 กโลเมตร) เราจะเตมคําว่า “อัลโต” ซงแปลว่า “ชั นกลาง”
ิ
ึ
ู
ิ
ไว้ข้างหน้า เชน เราเรยกเมฆก้อนชั นกลางว่า “เมฆอัลโตควมูลัส” และเรยกเมฆแผ่นชั นกลางว่า “เมฆ
ี
ิ
ี
่
อัลโตสเตรตัส”
ึ
ู
ิ
ู
็
ึ
หากเปนเมฆชั นสง (ระดับความสง 6 กโลเมตร ข นไป ) เราจะเตมคําว่า “เซอโร” ซงแปลว่า
ิ
่
ู
ี
ี
“ชั นสง” ไว้ข้างหน้า เชน เราเรยกเมฆก้อนชั นสงว่า “เมฆเซอโรคิวมูลัส” เรยกเมฆแผ่นชั นสงว่า “เมฆ
ู
ู
เซอโรสเตรตัส” และเรยกชั นสงทมีรปรางเหมือนขนนกว่า “เมฆเซอรส”
ี
่
ั
ู
ู
ี
ื
รูปที 1 แผนผังแสดงการเรยกชอเมฆ
ี

