Page 44 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 44

๓๘                                                              จิปาถะสาระ


                                                                        ั
              หากถือเอาความแก่ในมิติทางธรรม    ความแก่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดน้น
       แล ้ว เพราะถ ้าหากไม่แก่ได ้ที่ก็เกิดไม่ได ้  ทารกทุกคนที่เกิดมาได ้ต ้องมีความ
             ด
                ่
       แก่จนไ ้ที เช่น แก่เก ้าเดือนหรือสิบเดือน  ทารกที่อยู่ในครรภ์แปดเดือน ย่อม
                                              ี้
       แก่กว่าทารกที่อยู่ในครรภ์เพียงสามเดือน  นคือความแก่ที่ติดมากับความเกิด
              ความจริงสังขารร่างกายแก่ลงทุกวันตามกฎของธรรมชาติ  แต่เมื่อตัว
                               ู
                     ั
                                                       ั
       เจ ้าของสังขารน้นเกิดความร้สึกส าคัญมั่นหมายว่ากูแก่คร้งหนึ่ง  ก็ยึดมั่นถือมั่น
         ั
                                      ั
                                                         ข
       คร้งหนึ่ง  ความทุกข์ก็เกิดตามมาคร้งหนึ่ง    ในทางตรงกัน ้ามหากไม่มีความ
       ร้สึกส าคัญมั่นหมายว่าตัวกูหรือของกูขึ้นมา     แม ้สังขารรางกายจะชราภาพไป
                                                        ่
        ู
       แค่ไหนก็เป ็นไป ไม่ใช่เรื่องของกู ไม่มีความวิตกกังวล สะทกสะท ้าน เปนทุกข์
                                                                    ็
       แต่อย่างใด  แม้ความเจ็บและความตายก็เช่นกัน จะท าให ้เกิดทุกข์ได ้ก็ต่อเมื่อ
       ร้สึกว่า กูเจบ หรือร้สึกว่ากูจะต ้องตาย จึงพากันกลัวแก่ กลัวเจบ และกลัวตาย
                                                            ็
                ็
        ู
                       ู
                                                       ็
                                                                 ั
                           ู
       แต่พอจิตว่างจากความร้สึก    ตัวกูหรือของกูที่จะมาเปนฐานรองรบความแก่
       ความเจ็บ และความตาย  ความทุกข์ก็ไม่ปรากฏ

                แก่อย่างไรไม่เปนทุกข์ แก่อย่างไม่มีอะไรจะแก่  ทุกอย่างที่ปรากฏให ้
                            ็
                        ็
                                                            ่
       ใครต่อใครได ้เห็นเปนเพียงสมมติเท่าน้น  ไม่มีอะไรจริงแท ้แนนอน  ทุกอย่าง
                                        ั
       เปนเพียงมายาภาพที่ผ่านมาแล ้วผ่านไป  การรับร้หมดทุกอย่างด ้วยสติปญญา
                                                                     ั
                                                 ู
        ็
       ว่ามันเปนของมนเช่นน้นเอง ไม่มีใครห ้ามได ้ ไม่มีใครฉดร้งไว ้ได ้    แต่สังขาร
                                                        ั
                          ั
                                                      ุ
             ็
                    ั
                                                              ั
       ร่างกายไหลเรื่อยไปตามกฎธรรมชาติ     ที่ถูกก าหนดด ้วยเหตุปจจัยที่เรียกว่า
                                               ั
                             ่
                                                                     ั

       ธัมมนิยามตา คือสรรพสิงถูกก าหนดด ้วยเหตุปจจัย  ตามกฎแห่งอิทัปปจยตา
       คือต ้องอาศัยกันและกันเกิดขึ้น
                เมื่อมองเห็นความจริงอย่างประจักษว่าความเปนไปตามกฎธรรมชาติ
                                             ์
                                                      ็
       ที่ไหลเรื่อยไปน้น  ไม่มีใครจะบังคับได ้ก็เปน  อนิจจตา  ทุกขตา  อนตตา  ก็
                                                                   ั
                    ั
                                           ็
                                   ่
                                                           ็
       ประจกษชัดต่อไปว่า  ไม่มีอะไรนายึดถือเลย  จับตรงไหนเจบตรงน้น    แบก
              ์
           ั
                                                                 ั
                 ั
                       ั
       ตรงไหนหนกตรงน้น  สุดท ้ายก็ได ้แต่ปล่อยวางทุกอย่างลง
                 เมื่อมองเห็นพิษภัยของความยึดมั่นถือมั่น  ด ้วยสติปญญาอย่างแจ่ม
                                                            ั
                      ่
       แจ ้งแล ้วก็เข ้าถึงสิงอตัมมยตา    ที่หลวงพ่อพุทธทาสให ้ค าแปลไว ้อย่างเด็ด
                                            ่
       ขาดว่า  กูไม่เอากับมึงแล ้วโว ้ย   แล ้ววางสิงทั้งหลายลง  ด ารงชีวิตแบบผู้เบา

                                                                 ็
       ตลอดไป  ดังที่พระพทธเจ ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายได ้เสด็จนาเปนตัวอย่าง

                          ุ
                                         ่
                ่
       แล ้ว  ดังทีเราถวายพระนามว่า  สุคโต  ซึงแปลว่า  ผู้ไปแล ้วด ้วยดี  คือไปแบบผู้

       เบา  เบากาย  เบาใจ  ไม่มีทุกข์ใดๆ  มาเกาะติดอีกต่อไป   เมื่อถึงเวลาแก่ก็ไม่
                                    ็
                                           ็
       ทุกข์เพราะความแก่ เมื่อถึงเวลาเจบก็ไม่เปนทุกข์เพราะความเจ็บ เมื่อถึงเวลา
                                                                        ็
       ตายก็ไม่ต ้องเป ็นทุกข์เพราะความตาย  เพราะไม่มีอะไรจะแก่  ไม่มีอะไรจะเจบ
                                                             ั
                                                                  ั
       และไม่มีอะไรจะตาย ทุกอย่างเคลื่อนคล ้อยเลื่อนไหลตามเหตุปจจัยน้น

       ร่างกายเรามีกระบวนการความชราอย่างไร
                ข
                          ่
                                  ่
                  มี ้อความที่นาสนใจซึงผู้เขียนที่ไม่ออกนามได ้โพส ลงในเว็บไซท์
       https://www.sanook.com/ men/705/   ไว ้ดังนี้
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49