Page 42 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 42
๓๖ จิปาถะสาระ
ด
ั
ไ ้อ่านบทความของรองศาสตราจารย์ประโยชน์ บุญสินสุข นกเขียนในนิตย-
่
บ
สารหมอชาว ้าน เรื่อง ความแก่ไม่ใช่ความชรา ซึงเขียนไว ้ในคอลัมน์ วิธี
ชะลอความแก่ ที่โพสลงในเว็บไซท์ https://www.doctor.or.th/article/
detail/6376 เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๓๒ มีเนอหาที่มีความนาสนใจว่า
่
ื้
ก่อนอื่นควรจะเข้าใจว่าความแก่และความชราภาพไม่ใช่เรืองเดียวกัน
่
ั
ั
ความแก่น้นเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ แต่ความชราน้นเปนช่วงสุดท ้ายของชีวิต
็
็
็
่
ุ
มนษย์ ความแก่เปนกระบวนการพัฒนาของสิงมีชีวิตจากวัยที่อ่อนเปนวัยที่แก่
ขึ้น ดังน้นจากลูกอ่อนในครรภ์ เมื่อแก่ตัวจะคลอดออกมาเป ็นทารก เติบใหญ่
ั
็
ุ่
เปนเด็กหนมเด็กสาว เปนผู้ใหญ่และวัยสูงอายุในที่สุด ในบางคนความแก่เปน
็
็
เรื่องของการพัฒนาการ ในเด็กที่มีความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ การพัฒนาจะ
็
็
รวดเรวมากทาให ้เข ้าสู่วัยสูง อายุในเวลาอันสั้น จากหน้าเด็กกลายเปนหน้า
ั
คนชรา ผิวหนงเหี่ยวย่นลงทันที แต่ในคนบางคนถึงแม้อายุจะย่างเข้าวัยชรา
ุ่
แต่มองดูหน้าตายังเต่งตึงเหมือนวัยหนมสาว โดยไม่ต ้องทาศัลยกรรมตกแต่ง
หรือฉีดสารใดๆเข้าใต ้ผิวหนงเลย ความแก่จึงดูเหมือนว่าไม่ให ้ความเสมอภาค
ั
แก่ทุกคน
อีกตอนหนึ่งที่ผู้เขียนเขียนไว ้ได ้ดีคือ ปจจุบันในประเทศเรา การแสวง
ั
ั
็
หายาวิเศษมาชะลอความแก่เปนกิจการที่ทารายได ้ให ้กับบริษทยา ร้านขายยา
่
ี
่
ตลอด จนแพทย์ผู้เชียวชาญแขนงต่างๆ จนกระทังเมือ ๕-๖ ปก่อน มึศึกชิง
่
่
็
กันเป ็นผู้แทน จ าหน่ายยาอายุวัฒนะจากประเทศโรมาเนีย เปนทีฮือฮากันมาก
แต่หากเฉลียวใจสักนิดว่า แพทย์หญิงผู้คิดค ้นยาดังกล่าว ดูอย่างไรก็ยังแก่
กว่าผู้สูงอายุรุ่นเดียวกันในประเทศเราเสียอีก ก็คงไม่ต ้องเสียเงินทองมากมาย
่
.. .การที่จะชะลอความแก่ย่อม หมายถึงการรักษาสภาพของสิงมีชีวิตให ้นานที่
่
็
สุดเท่าที่จะเป ็นไปได ้ ความเปนสิงมีชีวิตคือสามารถกินอาหาร(ครบทุกหมู่)ได ้
หายใจ(อากาศบริสุทธิ์)ได ้ เคลื่อนไหว(บ่อยๆ แต่ไม่มากเกินไป)ได ้ และยังมี
่
่
ั
่
ความสามารถสืบพนธุ์ได ้(เมื่อไม่พราเพรือเกินไป) ตราบใดทีสภาพของสิงมี
่
ั
ชีวิตดังกล่าวไ ้บกพร่องไป ตราบน้นความชราภาพจะเกิดขึ้นได ้ทันที ความ
ด
่
็
แก่จึงเปนสิงทีสามารถชะลอได ้ วิธีชะลอความแก่จาเปนต ้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก
่
็
่
ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ มิใช่มาชะลอเมือก ้าวเข ้าสู่บั้นปลายของชีวิตแล ้ว
จากพระนิพนธ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกล
ั
มหาสังฆปรินายก ในหนงสือสัมมาทิฎฐิตามพระเถราธิบายของท่านสารีบุตร
ี
ด
เถระ ฉบับพิมพ์ ป ๒๕๕๔ หน้า ๓๘-๔๐ ไ ้ทรงอธิบายไว ้ว่า ความแก่มี ๒
ิ
อย่างคือ ความแก่ที่ปกปด(ปฏิจฉนนชรา) และ ความแก่ที่ไม่ปกปด (อัปปฏิจ
ั
ิ
ั
ฉนนชรา) ความแก่ที่ปกปดน้น คือความแก่ที่มีเริ่มตั้งแต่ความเกิดตั้งต ้นแต่ใน
ิ
ั
ครรภ์ของมารดา จนเปนตัวเปนตน คลอดออกมาก็เจริญขึ้นเปนเด็กเล็ก เปน
็
็
็
็
ิ
ุ่
็
เด็กใหญ่ เปนหนมเปนสาว เปนความเจริญเต็มที่ เรียกว่า ความแก่ที่ปกปด
็
็
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าความแก่ขึ้น เราทั้งหลายยังเรียกความแก่ขึ้นของ
็
ั
ผลไม ้ว่า ผลไม้แก่ ผลไม้น้นก็เริ่มมาตั้งแต่ต ้นจนปรากฎเปนผลเล็ก แล ้วก็โต

